ไข้ในเด็ก พ่อแม่ควรรับมืออย่างไรให้ถูกวิธี
ไข้ เป็นหนึ่งในอาการป่วยที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก การรู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้ลูกน้อยดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปรู้จักกับวิธีรับมือกับไข้ในเด็ก พร้อมแนะนำการใช้ที่วัดไข้ให้เหมาะสม
รู้ได้อย่างไรว่าลูกมีไข้

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ลูกน้อยอาจมีไข้ ได้แก่ บริเวณหน้าผากและคออุ่น ๆ ซึม ไม่ยอมดูดนม ดื่มน้ำได้น้อย กระสับกระส่าย หรือร้องตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อความชัวร์ แนะนำให้วัดไข้เพื่อให้ทราบระดับอุณหภูมิที่แน่ชัด เพราะการใช้มือทาบหน้าผาก ทาบคอ ไม่สามารถการันตีได้ว่ามีไข้หรือเปล่า
อุณหภูมิเท่าไร ถึงเรียกว่ามีไข้ในเด็ก
คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินอาการเบื้องต้น จากอุณหภูมิร่างกาย 4 ระดับ ดังนี้
- 35.4-37.4 องศาเซลเซียส หมายถึง อุณหภูมิปกติ
- 37.5-38.4 องศาเซลเซียส หมายถึง มีไข้ต่ำ
- 38.5-39.4 องศาเซลเซียส หมายถึง มีไข้สูง
- 40 องศาเซลเซียส ขึ้นไป หมายถึง มีไข้สูงมากและเข้าขั้นวิกฤต ต้องพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินัยอย่างละเอียด และรับการรักษาอย่างทันท่วงที
วิธีวัดไข้ในเด็กที่ถูกต้อง

การวัดไข้สามารถวัดได้หลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมของแต่ละทุกช่วงวัย ดังนี้
วัดไข้ทางรักแร้
เหมาะกับเด็กทุกช่วงวัย เพราะเป็นวิธีการวัดไข้ที่ง่ายและสะดวก ก่อนวัดไข้บริเวณใต้วงแขนของเด็กต้องแห้งสนิท จากนั้นสอดปรอทให้อยู่กึ่งกลางรักแร้ หนีบไว้แน่น ๆ ให้แนบชิดกับผิวหนัง ประมาณ 2-3 นาที แล้วอ่านค่า วิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้งเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทและดิจิทัล
วัดไข้ทางปาก
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป เพราะเด็กต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่สามารถอมปรอทได้ และอาจกัดปรอทแตก วิธีการวัดไข้ คือให้อมปรอทไว้ใต้ลิ้น อมประมาณ 3 นาที แล้วอ่านค่า การวัดไข้ด้วยวิธีนี้ต้องไม่ดื่มน้ำเย็น หรือน้ำร้อนก่อนวัดไข้อย่างน้อย 15 นาที
วัดไข้ทางหู
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพราะรูหูมีขนาดใหญ่พอที่แสงอินฟราเรดของเทอร์โมมิเตอร์จะเข้าไปถึงเยื่อแก้วหู สามารถวัดผลได้ใน 1 วินาที เมื่อสัมผัสหูอย่างถูกวิธี วิธีการคือจับลูกนอนตะแคงและให้อยู่นิ่งที่สุด เสียบเทอร์โมมิเตอร์เข้าไปในช่องหู รอจนกระทั่งเสียงดังปี๊บ แล้วอ่านค่าบนหน้าจอ
วัดไข้ทางทวารหนัก
เหมาะกับเด็กทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี และไม่ดิ้นมาก วิธีการคือ ทาโลชั่นหรือวาสลีนบริเวณปลายปรอทเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ สอดปลายปรอทเข้าไปในทวารหนักของเด็ก ประมาณ 1 นิ้ว นาน 2 นาที หรือจนกว่าแถบปรอทหยุดนิ่งแล้วจึงอ่านค่าอุณหภูมิ วิธีนี้ควรทำอย่างระมัดระวังเพราะอาจทำให้เกิดแผลฉีกขาดได้
วิธีรับมือเมื่อลูกน้อยมีไข้

ไข้ในเด็กสามารถรับมือได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิประมาณ 27-37 องศาเซลเซียส เช็ดและประคบผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย เน้นบริเวณที่เป็นจุดรวมของหลอดเลือด เช่น ศีรษะ หน้าผาก ซอกคอ หลังหู รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น
- สวมเสื้อผ้าบาง ๆ ที่ระบายความร้อนได้ดี
- เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ถ้ามีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ควรให้ยาพาราเซตามอล
- ติดตามวัดอุณหภูมิหลังเช็ดตัวลดไข้ทุก 30 นาที หรือหลังให้ยาลดไข้ 1 ชั่วโมง
- หากเด็กกลับมามีไข้สูง สามารถเช็ดตัวลดไข้ซ้ำได้ 4-6 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง
- นอนพักในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากทานยาลดไข้และเช็ดตัวอย่างถูกวิธีแล้ว แต่ไข้ไม่ลดลง หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหัว อาเจียน กินข้าวไม่ได้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที ไม่อย่างนั้นเด็กอาจมีอาการช็อก และเกิดอันตรายอื่น ๆ ตามมาได้
สรุปบทความ
หวังว่าบทความนี้คงช่วยให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจวิธีการวัดไข้และวิธีรับมือกับไข้ในเด็กได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะยังไม่สามารถบอกอาการของตัวเองได้อย่างแน่ชัด หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
สำหรับใครที่กำลังมองหา เครื่องวัดไข้ ไอเท็มสำคัญที่ต้องมีในช่วงเวลาแบบนี้ ขอแนะนำให้เลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย่าง OMRON เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่หลายบ้านไว้วางใจ มีเครื่องวัดไข้ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย ให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก เครื่องวัดอุณหภูมิทางหู และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบแท่ง หรือปรอทวัดไข้ เลือกซื้อตามความต้องการ โดยสามารถสั่งซื้อได้ผ่าน Shopee, Lazada หรือร้านขายยาชั้นนำได้เลย