เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มช. เพิ่มมูลค่าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน พัฒนาถั่วแระเหลือทิ้ง สู่ เซรั่มชะลอวัย

19 ธ.ค. 2568 | 11:46น.
มช. เพิ่มมูลค่าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน พัฒนาถั่วแระเหลือทิ้ง สู่ เซรั่มชะลอวัย

มช. เพิ่มมูลค่าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน พัฒนาถั่วแระเหลือทิ้ง สู่ เซรั่มชะลอวัย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยนักวิจัยคณะอุตสาหกรรมเกษตร พัฒนานวัตกรรม “เซรั่มจากสารสกัดถั่วแระญี่ปุ่น” ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติที่มุ่งตอบโจทย์การดูแลผิวอย่างปลอดภัย ช่วยลดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย นวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากแนวคิดในการนำทรัพยากรทางการเกษตรที่ถูกมองข้ามกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ โดยใช้ถั่วแระญี่ปุ่นตกเกรดซึ่งไม่ผ่านการคัดเลือกเพื่อการส่งออก มาพัฒนาเป็นสารสกัดคุณภาพสูงด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความยั่งยืนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ผลงานวิจัยนี้เป็นการคิดค้นของ รองศาสตราจารย์ ดร.จุฬาลักษณ์ เขมาชีวะกุล คณะอุตสาหกรรมเกษตร 

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมองเห็นศักยภาพของถั่วแระญี่ปุ่นที่ถูกคัดทิ้ง ทั้งที่เป็นถั่วเหลืองฝักสดซึ่งอุดมไปด้วยสารกลุ่ม “โพรไซยานิดินส์” (Procyanidins) สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส อันเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดผิวหมองคล้ำและริ้วรอย งานวิจัยจึงมุ่งพัฒนาสารสกัดดังกล่าวเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสียในภาคการเกษตร

จุดเด่นของนวัตกรรมนี้อยู่ที่กระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยี “คลื่นเสียงความถี่สูง” โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสีเขียวที่ไม่ใช้ความร้อนสูงและไม่ใช้สารเคมี ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาที ก็สามารถสกัดสารสำคัญออกมาได้ในปริมาณสูง จากผลการทดสอบพบว่าสารสกัดโพรไซยานิดินส์ที่ความเข้มข้น 6.85 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสได้ถึงร้อยละ 50 อีกทั้งยังไม่เป็นพิษต่อเซลล์ และช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังชนิดไฟโบรบลาสต์ สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีงานวิจัยรองรับ เมื่อพัฒนาสารสกัดดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์เซรั่ม พบว่าสารออกฤทธิ์และคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระมีความคงตัวดี แม้เก็บรักษาในอุณหภูมิห้อง ขณะเดียวกัน ผลการทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งด้านเนื้อสัมผัส การซึมสู่ผิว และความรู้สึกโดยรวม งานวิจัยนี้จึงไม่เพียงสร้างประโยชน์ในด้านการดูแลสุขภาพผิวเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับถั่วแระญี่ปุ่นตกเกรด ลดต้นทุนการจัดการผลผลิต และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง