Skip to content

“โคคา-โคลา” กับรางวัลองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย

07 ม.ค. 2563 | 17:54น.
“โคคา-โคลา” กับรางวัลองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย

“โคคา-โคลา” กับรางวัลองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย บทพิสูจน์ที่เป็นมากกว่ารางวัล คือความยั่งยืนของชุมชนผ่านโครงการรักน้ำ

นับเป็นปีที่ 10 แล้วที่กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัลองค์กรที่มีผลงานความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 ระดับแพลตตินั่ม หรือ AMCHAM Corporate Social Responsibility Excellence Recognition – Platinum Level จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย โดยในปีนี้ได้รับการยกย่องจากผลสำเร็จของการทำงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ “รักน้ำ” ที่ดำเนินการมาในประเทศไทยอย่างยาวนานถึง 12 ปี พร้อมสร้างประโยชน์ให้คนในชุมชนทั่วประเทศ

โครงการรักน้ำ ดำเนินการภายใต้มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ริเริ่มในปี 2550 เกิดจากพันธกิจของโคคา-โคลา ในการสร้างความยั่งยืนให้กับ “น้ำ” “น้ำ” ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องดื่ม ครอบคลุม 3 ด้านคือ 1) การอนุรักษ์แหล่งน้ำ 2) การนำน้ำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และ 3) การเข้าถึงน้ำที่สะอาด ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติ ในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม ภายในปี 2563 โดยมีการทำงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำชุมชนในพื้นที่ที่โคคา- โคลาใช้น้ำในการผลิตเครื่องดื่มรวม 7 จังหวัดในประเทศไทย คือ ลำปาง ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี พัทลุง และปทุมธานี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร คือ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็ประสบปัญหาน้ำที่แตกต่างกัน อาทิ น้ำแล้ง น้ำหลาก ขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค

นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การทำงานเพื่อแก้ปัญหาน้ำและส่งเสริมการพัฒนาน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืนเป็นงานใหญ่ที่โคคา-โคลาไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง จึงเป็นที่มาของการที่เราเข้าไปทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความชำนาญด้านการบริหารจัดการน้ำและชุมชนเป็นอย่างดี ภายใต้โมเดลสามเหลี่ยมความร่วมมือสู่ความยั่งยืน โดยเน้นการทำงานที่อาศัยความชำนาญและองค์ความรู้ เริ่มจากรับฟังปัญหาของชุมชน หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน และส่งเสริมให้ชุมชนดำเนินการบริหารจัดการน้ำด้วยตัวพวกเขาเอง โดยในวันนี้ โคคา-โคลาสามารถคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติได้เกินกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มในประเทศไทย และสร้างประโยชน์ให้คนไทยทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน”

ผลลัพธ์จากโครงการรักน้ำสะท้อนให้เห็นความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดีระหว่างภาคเอกชน องค์กรไม่แสวงผลกำไร และชุมชน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาที่มาจากพื้นฐานของการทำความเข้าใจกับปัญหาที่แท้จริง พัฒนาไปสู่องค์ความรู้และการพัฒนาอันยั่งยืนที่พลิกฟื้นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำในอดีต เป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยความชุ่มชื้น และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชน โดยมีการวัดผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์การทำงานและติดตามความคืบหน้าของโครงการ

“รางวัลองค์กรที่มีผลงานความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย คือความภูมิใจของทุกคนที่โคคา-โคลา ที่เป็นเสมือนกำลังใจให้บริษัทฯ ทำงานด้านการส่งเสริมความยั่งยืนต่อไป และสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจไม่แพ้กันก็คือ ความยั่งยืนของชุมชนที่อยู่ภายใต้โครงการรักน้ำ ที่ในวันนี้ไม่เพียงต่อยอดองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำในชุมชนของตน แต่ยังขยายไปยังชุมชนใกล้เคียง และนี่คือแรงขับเคลื่อนโครงการรักน้ำที่แท้จริง” นายนันทิวัต กล่าวปิดท้าย