“ผมไม่มีความรู้เรื่องตะกร้อเลย แล้วก็ไม่ชอบด้วย แต่เมื่อได้รับมอบหมายเราต้องพยายามเรียนรู้
“ผมไม่มีความรู้เรื่องตะกร้อเลย แล้วก็ไม่ชอบด้วย
แต่เมื่อได้รับมอบหมายเราต้องพยายามเรียนรู้ ต้องพัฒนาตลอดเวลา
และถ้าเราทำอะไรจริงจัง เราซ้อมจริงจัง เราก็ชนะได้”
เมื่อปี พ.ศ.2538 ชื่อของ อ.กมล ตันกิมหงษ์ กลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนในฐานะผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ คุมทีมชาติไทยสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยความที่เป็นโค้ชใหม่ ไม่เป็นที่รู้จักในวงการตะกร้อ และยังเป็นการคุมทีมเซปักตะกร้อชุดใหม่ทั้งชุด


โค้ชก็ใหม่ นักกีฬาก็ใหม่…แน่นอนว่า ความกดดันยิ่งถาโถมเพราะ ตะกร้อ คือ กีฬาที่ไทยจะแพ้ไม่ได้
แต่ยิ่งกดดัน ยิ่งท้าทาย…และในที่สุดทีมเซปักตะกร้อทีมชาติไทย ก็เอาชนะทีมเสือเหลืองมาเลเซียได้สำเร็จ และหลังจากที่ไทยเคยผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกับมาเลเซียมาโดยตลอด แต่ทีมเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ อ.กมล ตันกิมหงษ์ ครองความเป็นแชมป์ทุกรายการมายาวนานเกือบ 30 ปี
เกือบ 30 ปี ในการทำหน้าที่โค้ชทีมเซปักตะกร้อทีมชาติไทย…ยาวนานจนกลายเป็นความผูกพันธ์ จาก “โค้ช” ที่เป็นมากกว่าโค้ช เพราะดูแลนักกีฬาทุกคนทั้งในและนอกสนาม มากกว่าคำว่า “หน้าที่” มากกว่า “ความรับผิดชอบ” แต่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีที่อยากจะเห็นนักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จทั้งในสนามและชีวิตส่วนตัว
ทั้งที่ไม่มีความรู้…แต่ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องพยายามเรียนรู้
ทั้งที่ไม่ชอบ…ยิ่งต้องพยายามศึกษาและพัฒนา
“กยิรา เจ กยิราเถนํ : จะทำสิ่งไร ควรทำจริง”
เมื่อตั้งใจทำจริง ย่อมได้รับผลสำเร็จจากความตั้งใจทำจริง

