ทำความรู้จักกับชนิดสีทาภายในแบบต่าง ๆ พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละห้อง
มากกว่าการเลือกเฉดสีที่คุณชื่นชอบในการทาสีแต่ละครั้ง ยังมีเรื่องของชนิดสี หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ชนิดของฟิล์มสี ที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับพื้นผิว และการใช้งานของเราจริง ๆ เพราะหากเลือกไม่ถูกประเภทอาจทำให้ต้องมาเสียทั้งเงิน และเวลาซ่อมแซมสีที่ทากันอยู่บ่อย ๆ โดยเนื้อสีทาภายในจะสามารถแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลักด้วยได้แก่ เนื้อสีด้านแบบ Flat, เนื้อสีด้านแบบ Matte, เนื้อสีแบบเปลือกไข่ หรือ Eggshell, เนื้อสีชนิดซาติน, เนื้อสีประเภทที่ให้ความเงา และกึ่งเงา ในบทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจวิธีการเลือกประเภทสีรูปแบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับพื้นผิว และห้องแต่ละประเภทกัน
1. เนื้อสีด้านแบบ Flat
รูปแบบของเนื้อสีทาภายในประเภทแรกคือ เนื้อสีด้านแบบ Flat หรือเนื้อสีที่จะให้ผิวสัมผัสแบบเรียบไม่มีเงา ไม่สะท้อนแสง ทำให้เหมาะที่จะใช้งานในบริเวณเพดาน ฝาผนัง หรือในพื้นที่ที่ไม่ได้มีการใช้งานมาก เพราะเนื้อสีเรียบนี้สามารถปิดข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์แบบต่าง ๆ ได้ดี และไม่ทำให้เกิดแสงสะท้อนที่อาจทำให้เคืองตาได้ภายในห้อง แต่ก็มีข้อเสียคือทำความสะอาดได้ยาก และเป็นพื้นผิวที่ดักจับฝุ่นได้ง่าย จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะในการทำความสะอาด
2. เนื้อสีด้านแบบ Matte
เนื้อสีด้านแบบ Matte จะให้ผลลัพธ์เป็นผิวสัมผัสที่คล้ายคลึงกับเนื้อสีด้านแบบ Flat แต่จะต่างกันตรงที่จะมีความลื่น ราบเรียบมากกว่า พร้อมกับคุณสมบัติสะท้อนแสงน้อย จึงทำให้เหมาะกับการทาสีบริเวณเพดาน เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องนอน และโถงทางเดิน และด้วยความสีชนิดนี้เป็นสีแบบด้านจึงทำให้เลอะเทอะได้ง่าย ไม่เหมาะกับบริเวณที่มีการใช้งานบ่อย ๆ อย่างห้องน้ำ และห้องครัว
3. เนื้อสีแบบเปลือกไข่ หรือ Eggshell
เนื้อสีทาภายในประเภทต่อไปคือ สีแบบเปลือกไข่ หรือ Eggshell เป็นชนิดสีที่หม่น ไม่มันวาว เหมือนอย่างเปลือกไข่ มีความมันวาวกว่าสีแบบ Flat เล็กน้อย เป็นสีที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าสีแบบด้าน สามารถใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดได้เลย ทำให้เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการจราจรมาก อย่าง ห้องครัว ห้องน้ำ และยังนิยมใช้ในออฟฟิศต่าง ๆ
4. เนื้อสีชนิด Satin
เนื้อสีแบบซาติน จะมีความมันเงากว่าพื้นผิวเปลือกไข่ แต่ไม่มันวาวเท่าสีชนิดกึ่งเงา ผิวสัมผัสที่จะได้คือพื้นผิวที่ดูอ่อนนุ่ม เป็นชนิดสีที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการทาสีภายใน และภายนอกทั้งยังเหมาะกับห้องที่ใช้ทำกิจกรรมสูงอย่าง ห้องเล่นเด็ก ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องซักผ้า ห้องน้ำ นอกจากนั้นข้อดีของสีชนิดซาติน คือ สามารถดูดซับความชื้นได้ดี ป้องกันคราบเชื้อรา คราบสกปรกได้ด้วย
5. เนื้อสีแบบมันเงา
สีประเภทให้ความเงา หรือสี Gloss เป็นสีที่ให้ผลลัพธ์แบบมันเงา และเป็นประเภทสีที่มีความทนทานมากที่สุด และสะท้อนแสงมากที่สุดเช่นกัน ด้วยคุณสมบัติของสีชนิดนี้ทำให้เหมาะที่จะใช้ในบริเวณที่ต้องใช้งานบ่อย อาทิ ใช้กับการทาขอบประตู หน้าต่าง รวมถึงห้องครัว และห้องน้ำด้วย เนื้อสีแบบเงายังเป็นประเภทสีทาภายในที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย คล้ายกับผิวเซรามิค
6. เนื้อสีแบบกึ่งเงา หรือ Semi-Gloss
เนื้อสีลักษณะนี้จะมีความเงาเพียงเล็กน้อย เป็นประเภทสีที่ต้องใช้ความพิถีพิถันในการทาพอสมควร เพราะลักษณะสีจะสะท้อนแสงเมื่อแห้ง ดังนั้นหากเทคนิคการทาไม่ดี หรือบริเวณที่ทามีร่องรอย พอทาสีชนิดนี้ก็จะยิ่งไปทำให้ร่องรอย รอยร้าวต่าง ๆ มีความเด่นชัดขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามสีชนิดนี้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายเหมาะสำหรับห้องนอนเด็ก หรือห้องน้ำ
อย่างที่เราได้เห็นกันว่าประเภทของสีทาภายในนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก พร้อมกับคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยเราอาจจะเลือกพิจารณาจาก
• สไตล์ที่เราต้องการ หากเลือกทาสีเข้ม การเลือกใช้สีชนิดด้านจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแบบเงา
• พื้นที่ที่ต้องการทาสีใหม่มีความสึกหรอมากแค่ไหน หากไม่มากก็สามารถเลือกใช้สีแบบด้านได้
• หากบ้านของคุณมีเด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง ให้เลือกชนิดความเงาต่ำ ที่ล้างทำความสะอาดง่าย อย่างเนื้อสีชนิดซาติน
• ความทนทานที่คุณต้องการ
และต้องไม่ลืมเลือกใช้สีทาภายในคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัยต่อทุกคนในครอบครัว อย่างสี TOA
สีซุปเปอร์ชิลด์ ดูราคลีน เอ พลัส (SuperShield DURACLEAN A+) สีน้ำอะครีลิคแท้ 100% สีทาภายในคุณภาพสูง ปราศจากสารเคมี VOCs ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่ก่อมะเร็ง นวัตกรรมของสีซุปเปอร์ชิลด์ ดูราคลีน เอ พลัส ยังสามารถช่วยฟอกอากาศในบ้าน และไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ พร้อมทั้งเป็นสีทาภายใน ที่เช็ดล้างได้มากกว่า 200,000 ครั้ง สีสันก็ยังคงสวยสดใหม่อยู่เสมอ