อีสานใต้อ่วม น้ำเขื่อนราษีไศลเอ่อท่วม อุบลราชธานีเฝ้าระวังระดับน้ำมูล

น้ำท่วมอุบลราชธานี
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ
ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำมูลในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น อีก 30-50 เซนติเมตร ระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2565 นี้
นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประธานคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศลมากขึ้น น้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ และ จ.ร้อยเอ็ด ประกอบกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ จึงประสานให้กรมชลประทาน เพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศล อยู่ในเกณฑ์ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมวลน้ำจะไหลรวมกับแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี อยู่ในเกณฑ์ 2,500-2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2565
ทั้งนี้ ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร บริเวณ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยไม่ส่งผลกระทบกับพนังกั้นน้ำที่เตรียมป้องกันไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในการรับมือและป้องกัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมน้ำ เร่งกำจัดสิ่งกรีดขวางทางน้ำ ปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำ บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ จัดจราจรในแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ลดผลกระทบในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เตรียมอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนล่วงหน้า เตรียมอพยพผู้ประสบภัยได้ทันที
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่ลำน้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ นายอำเภอราษีไศล นายภานรินทร์ ภาณุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างเขื่อนราษีไศล บรรยายสรุปข้อมูลให้ได้รับทราบ
.
น้ำท่วมอุบลราชธานี
ภาพจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ
นายภานรินทร์ ภาณุพินทุ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างเขื่อนราษีไศล เปิดเผยว่า น้ำในเขื่อนราษีไศล ซึ่งมีต้นน้ำมาจากจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ผ่านมาศรีสะเกษ และจะไปลงที่จังหวัดอุบลราชธานี
ขณะนี้มีมวลน้ำปริมาณน้ำมาก เนื่องจากมีฝนตกหนักมาอย่างต่อเนื่องมาเมื่อเดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือนกันยายนนี้จึงส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนราษีไศลมีระดับสูงขึ้น วันนี้ (9 ก.ย.) มีระดับน้ำสูงถึง +119 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นระดับสูงสุดของเขื่อนราษีไศล ซึ่งจะต้องแจ้งเตือนภัยเป็นระดับธงสีแดง
ที่ผ่านมาเขื่อนราษีไศลได้ยกบานระบาย บานละ 4.50 เมตร 6 บานและยกแขวน 1 บาน ปรากฏว่า มวลน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนราษีไศลอยู่ที่ 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ดังนั้น เขื่อนราษีไศลจึงได้กำหนดเปิดบานระบายน้ำยกแขวนทั้ง 7 บาน เพื่อให้น้ำไหลผ่านเขื่อนไปตามธรรมชาติโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง โดยจะมีน้ำไหลผ่านเขื่อนราษีไศล 960 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 83 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมีจำนวนเท่าไหร่ก็จะไหลผ่านไปทั้งหมด เพื่อลดระดับน้ำที่จะเอ่อท้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรหน้าเขื่อน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของชลประทานและทางเขื่อน ไม่ได้ดูเฉพาะพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น ยังต้องดูถึงพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่เป็นต้นน้ำด้วย จึงขอให้ประชาชนวางใจ
ส่วนทางท้ายน้ำทางเขื่อนราษีไศลก็ได้แจ้งเตือนให้หน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ได้แจ้งให้ประชาชนได้ป้องกันระวังระดับน้ำที่จะสูงขึ้น เนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อนราษีไศล น้ำที่ไหลออกจากเขื่อนจะไหลสู่จังหวัดอุบลราชธานีและลงแม่น้ำโขงจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่อำเภอพิบูลมังสาหารได้ใช้เครื่องผลักดันน้ำเพิ่มขึ้นทำให้น้ำไหลได้รวดเร็วจะไม่ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนราษีไศลและพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีด้วย