กกต.เปิดที่มาเม็ดเงินพรรคประยุทธ์-ประวิตร หาเสียงแจกเพิ่มทุกนโยบาย

เปิดที่มาเม็ดเงิน แจกเลือกตั้งพรรคประยุทธ์ ประวิตร

กกต.เปิดเอกสารที่มาของเงินที่จะแจก จ่ายเพิ่ม ในนโยบายหาเสียง พรรคพลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ เกือบทั้งหมดต้องจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566-2567 เป็นต้นไป

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยนโยบายหาเสียงทั้งแบบประชานิยม-สวัสดิการแห่งรัฐ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรครวมไทยสร้างชาติ

1.โครงการ “ลดต้นทุนเกษตรกร” เป็นโครงการช่วยค่าเก็บเกี่ยวเกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณปีละ 6,000 ล้านบาท

2.โครงการเพิ่มเงินสมทบของภาครัฐ เพื่อให้แรงงานในระบบประกันสังคมมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน วงเงินงบประมาณปีละ 29,000 ล้านบาท

3.โครงการ “1 อำเภอ 100 ทุนการศึกษา” ในโรงเรียนของรัฐด้านอาชีวะและสาขาการศึกษาที่ตลาดต้องการ ทุนละ 10,000 บาทต่อปี จนจบหลักสูตรการศึกษา งบประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท

4.โครงการ “กองทุนฉุกเฉินประชาชน” วงเงินที่ใช้ 30,000 ล้านบาท ที่มาของเงิน โอนเงินจากการยุบกองทุนอื่น ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น และเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม

5.โครงการ “บัตรสวัสดิการพลัส” วงเงินที่ใช้ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน คาดว่าจะเริ่มใช้ในปีงบประมาณปี’67 ที่มาของเงิน กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 71,000 ล้านบาทต่อปี

6.โครงการ “คนละครึ่ง ภาค 2” จำนวน 26 ล้านสิทธิ์ วงเงินปีละ 40,000 ล้านบาท วงเงินที่ใช้ 40,000 ล้านบาท 7.โครงการ “เที่ยวด้วยกันเมืองรอง ภาค 2” จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ วงเงินโครงการปีละ 18,000 ล้านบาท วงเงินที่ใช้ 18,000 ล้านบาท

8.โครงการ “เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ให้เท่ากันทุกช่วงอายุเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (ยกเว้นคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) วงเงินที่ใช้ปีละ 40,000 ล้านบาท

9.โครงการ “ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” ถึงอายุ 10 ปี เป็น 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับแรงงานในระบบประกันสังคม วงเงินที่ต้องใช้ปีละ 4,000 ล้านบาท

10.โครงการ “กองทุนพ่อเลี้ยงเดี่ยว-แม่เลี้ยงเดี่ยว” รูปแบบให้กู้อัตราดอกเบี้ยต่ำและแบบเงินยืมไม่มีดอกเบี้ย วงเงินที่ต้องใช้ปีละ 1,000 ล้านบาท

11.โครงการ “ค่าตอบแทน อปพร.” เดือนละ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ประมาณ 9 แสนคน วงเงินที่ใช้ไม่เกินปีละ 10,000 ล้านบาท

พรรคพลังประชารัฐ

1.บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน และฟรีประกันชีวิตประชารัฐ วงเงินที่ใช้ 128,392 ล้านบาท

2.แม่-บุตร-ธิดา ประชารัฐ วงเงินที่ใช้ 174,216 ล้านบาท

3.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 3,000 บาท 70 ปีขึ้นไป 4,000 บาท 80 ปีขึ้นไป 5,000 บาท เงินที่ใช้ 495,658 ล้านบาท

4.สุขภาพครบวงจร วงเงินที่ต้องใช้ งบที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5,000 ล้านบาท

5.การบริหารจัดการน้ำ วงเงินที่ใช้ งบที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท

6.การบริหารจัดการที่ดิน วงเงินที่ใช้ งบที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท

7.กองทุนประชารัฐ 300,000 ล้านบาท (สำหรับมาตรการ 3 เร่งด่วน 7 เร่งรัด) วงเงินที่ใช้ 100,000 ล้านบาท (งบประมาณ 3 ปี ปีละ 100,000 ล้านบาท)

8.น้ำมันประชาชน วงเงินงบประมาณ งดเก็บภาษีสรรพสามิตกองทุนน้ำมัน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน โดยงดเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย กองทุนน้ำมัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน 1 ปี

9.ก๊าซประชาชน วงเงินที่ใช้ 24,000 ล้านบาท ที่มาของเงิน รายได้จากการเปลี่ยนระบบสัมปทานสู่ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตของแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช (แปลง G2/61)

10.เรียนฟรีถึงปริญญาตรี (และเรียนฟรีถึงปริญญาเอกในสาขาที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่) วงเงินที่ใช้ 52,000 ล้านบาท

11.ฝุ่นละออง PM2.5 วงเงินที่ใช้ 2,000 ล้านบาท

12.สังคมสีขาว (ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ หนี้นอกระบบ แชร์ลูกโซ่ คอลเซ็นเตอร์ ผู้มีอิทธิพล คอร์รัปชั่น วงเงินที่ใช้งบฯที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านบาท

13.ยกเว้นภาษีสำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี และนำเงินค่าผ่อนบ้านหลังแรกมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทต่อปี


14.พัฒนาอีสานด้วยรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา สร้างรถไฟทางคู่จาก จ.บึงกาฬ ถึงสนามบินอู่ตะเภาทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร (ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ)นิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง วิทยาลัยอาชีวะ 12 แห่ง ท่าเรือบก 3 แห่ง วงเงินที่ใช้ จากรัฐร่วมทุนเอกชน (PPP)