อาลัวคุณไสย ผลงานใหม่ “มาดามชุบ” ตำนานอาลัวพระเครื่อง

อาลัว1
บทความชิ้นนี้มีการเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564
ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 7 พฤษภาคม 2564

ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นานนับสัปดาห์ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่และสื่อตามไปหาถึงบ้าน สุดท้ายแม่ค้าขนมเจ้าของไอเดียอาลัวพระเครื่องจะยุติเรื่องปวดหัวนี้อย่างไร? 

วันที่ 29 เมษายน 2564 หลังเป็นกระแสฮือฮาและถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ กรณีร้านขนมไทยในเฟซบุ๊กเปิดรับออเดอร์ขนมอาลัวรูป “พระเครื่อง” จนเกิดการถกเถียงของชาวเน็ตที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แถมยังร้อนไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาที่ออกมาตักเตือนถึงความไม่เหมาะสม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

กระทั่งเจ้าของร้านได้ประกาศยุติรับออเดอร์แล้ว หลังมีลูกค้าที่สนใจแห่สั่งจองขนมผ่านทางอินบ็อกซ์อย่างล้นหลาม เนื่องจากทำไม่ทัน เพราะตนตั้งครรภ์ 8 เดือนด้วย แต่ยังยืนยันว่า ตนไม่เคยคิดลบหลู่พุทธศาสนาแต่อย่างใด พร้อมยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 เจ้าของร้านก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ตนทำขนมด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่ได้หวังว่าจะเกิดกระแส เพราะทำตามกำลังเท่าที่จะสามารถทำไหว ก่อนจะบอกว่า ตอนนี้รู้สึกเบลอเนื่องจากอดนอน อีกทั้งยังตอบคำถามกับสื่อมวลชนที่โทรเข้ามาไม่รู้เรื่อง

ในวันเดียวกัน เจ้าของร้านได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยแจ้งว่า ไม่อนุญาตให้สื่อมาถ่ายภาพหรือสัมภาษณ์แล้ว เนื่องจากข้อมูลจากการสัมภาษณ์และที่เขียนข่าว ไม่ตรงกัน พร้อมย้ำอีกครั้งว่า ไม่ได้อยากดัง และไม่อยากชี้แจงอะไรไปมากกว่านี้

แต่ถึงแม้แม่ค้าจะอยากยุติเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด โลกออนไลน์ยังคงหยิบยกประเด็นนี้มาถกเถียงกันตลอดทั้งวัน คู่เด็ดสุดเห็นจะเป็น พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังจากวัดสร้อยทอง ที่แสดงตนเป็นฝั่งสนับสนุนขนมอาลัวพระเครื่องมาตลอดตั้งแต่เกิดกระแส และยังคงแสดงจุดยืนเดิม จนกระทั่ง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึง พระมหาไพรวัลย์ฯ ทั้งยังขอให้ทบทวนถึงการสนับสนุนกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

“กระผมเห็นด้วยกับพระคุณเจ้าในหลายเรื่องที่นำคำสอนของพระพุทธองค์มาสอนในแนววิทยาศาสตร์ ไม่งมงาย แต่ในกรณีนี้ กระผมไม่เห็นด้วยกับพระคุณเจ้า กระผมเห็นว่า “ไม่สมควร” ที่ชาวพุทธจะนำภาพสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์มาทำเป็นขนม เอาใส่ปาก เคี้ยว และกลืนกินเป็นอาหาร จริงอยู่พระพุทธองค์ทรงตรัสไม่สนับสนุนให้มีสิ่งใดเป็นตัวแทนของพระองค์ เว้นแต่ พระธรรมคำสอนที่พระองค์ทรงตรัสแล้วเท่านั้น”

“ชาวพุทธผู้มีปัญญาน้อยอย่างกระผม เห็นผ้าเหลืองห่อหุ้มโคนต้นขนุน แม้ชายตาไปเห็นกระผมยังสะดุ้ง เกือบจะยกมือไหว้ต้นขนุน เพราะเห็นว่าเป็นผ้าห่มพระวรกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระสงฆ์ยังคงใช้มา 2,000 กว่าปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของผ้า กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของพระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าโปรดเมตตา ทบทวนด้วยเถิด อย่างน้อยก็หยุดยั้งความสะเทือนใจแก่ชาวพุทธผู้ยังด้อยปัญญาอย่างเกล้ากระผม”

ไม่นาน พระมหาไพรวัลย์ฯ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตอบกลับ นายนิพิฏฐ์ โดยยืนยันตามเดิมว่า เคารพความคิดเห็นของแต่ละคน แต่ส่วนตัวมองว่า ขนมดังกล่าวไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับการลบหลู่ศาสนาตามที่ใครมอง

“คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนพุทธ ช่วยกันสะเทือนใจให้มากหรือให้ไกลกว่านี้ไปอีก ขออย่าเป็นแต่ว่า กับกรณีของขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่สะเทือนใจ หรือกับแค่ขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่ทำให้รู้สึกว่า ศาสนาถูกลบหลู่ทำร้ายเหลือเกิน”

ทั้งชี้ให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่มานานมาแล้ว ด้วยการถูกทำให้เป็นเหมือนศาลเพียงตา ภูตผีตนหนึ่ง ไม่ใช่เพิ่งจะถูกลบหลู่จากการนำมาทำเป็นขนม ก่อนจะปิดท้ายว่า

“แท้จริงแล้ว พระพุทธศาสนาในบ้านเมืองนี้กำลังจะหายไป แต่ไม่ได้หายไปเพราะถูกเอาไปทำเป็นขนม แต่กำลังจะหายไปเพราะถูกคนที่อ้างว่าเป็นชาวพุทธนี่แหล่ะ ทำให้กลายเป็นศาสนาอื่น ลัทธิอื่น ความเชื่ออื่น แต่พวกเขาก็มองไม่เห็นกันเลย”

 

พระมหาไพรวัลย์

 



ล่าสุด วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 แม่ค้าคนดังสร้างความตื่นเต้นให้โลกออนไลน์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวโปรเจ็กต์พิเศษ “อาลัวคุณไสย” ทั้ง ว่านดอกทอง ควายธนู แมลงไสยเวท ยันต์คนึงหา ฯลฯ ซึ่งเจ้าตัวยกให้เป็นเครดิตไอเดียของ พระมหาไพรวัลย์

ขนมทุกชิ้นในโปรเจ็กต์นี้สามารถรับประทานได้ เพราะสีสันต่าง ๆ เป็นสีสำหรับอาหาร ส่วนสีดำมาจากผงชาโคล​ รสชาติหวานน้อย ที่สำคัญแม่ค้าร้านมาดามชุบเน้นย้ำว่า ห้ามสั่งสินค้าชุดนี้

ไหนใครจะสั่ง​ มาฟังกันก่อน​ มารวมกันกงนี้เจ้าค่ะ​ กงนี้!!!!

ผลงานตรงนี้เป็นไอเดียนำเสนอของพระมหาไพรวัลย์นะเจ้าคะ​ ได้โจทย์มาปุ๊บก็ลองปั้นเลย​ ปั้นเลย!!! คือไม่ใช้พิมพ์​ เปิดดูของจริงจากในเน็ตแล้วปั้น​ ส่วนยันต์อิชั้นก็ไม่ได้เขียนมั่วซั่วไก่กา​ ดูที่มาที่ไปนะเจ้าคะ​

​เซ็ตนี้เป็นโปรเจ็กต์พิเศษ​ รอติดตามดูนะซึ่งอิชั้นก็ยังไม่รู้เลย​ อันนี้พูดกง ๆ ใครยังขืนสั่งไม่ฟังกัน​ อิชั้นจะปลุกควายธนู​อ้วนกลมนอนทั้งวันตัวนี้ลงท้องนะเจ้าคะ!!🐃🐃🐃 #สายขาวไม่ให้เล่นงั้นชั้นเล่นสายดำก็ได้ #อาลัวคุณไสย ห้ามสั่งนะเจ้าคะ​ กราบบบ

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ