เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘โลตัส’ รุกตลาดต่างชาติ งัด 3 กลยุทธ์-ปลุกกำลังซื้อ

05 ก.ย. 2568 | 07:03น.

โลตัส เดินเกมรุกครั้งใหญ่ ชิงกำลังซื้อนักท่องเที่ยวต่างชาติ อัดฉีดเครื่องมือการตลาดครบวงจร ทั้ง “Tourist Card” และ “WeChat Mini Program” ต่อยอดกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” สร้างแบรนด์เลิฟผ่านศิลปินนานาชาติ “NexT1DE” พร้อมเจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนจากกรุ๊ปทัวร์สู่การเดินทางด้วยตัวเอง ตั้งเป้าปั้นยอดขาย-ทราฟฟิกกลุ่มต่างชาติให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยวบางชาติยังชะลอ

นางสาววรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน Transformation บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกโลตัส เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ว่า โลตัสเตรียมปรับทิศทางการดำเนินงาน เพื่อขยายตลาดสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพและอิทธิพลของลูกค้ากลุ่มนี้

ชูกลยุทธ์เจาะนักท่องเที่ยว

โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.การขยายช่องทางดิจิทัล โดยเบื้องต้นมีแผนเตรียมที่จะเปิดตัว “WeChat Mini Program” ในประเทศจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาข้อมูลสินค้าและโปรโมชั่นล่วงหน้าก่อนเดินทางมาประเทศไทย

รวมถึงพัฒนาระบบ Omnichannel เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า โดยจะมีบริการจัดส่งสินค้าไปยังโรงแรมที่พัก หรือส่งกลับไปยังประเทศจีนโดยตรง ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (Free Independent Traveler-FIT) มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มักวางแผนการเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์

ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ในแอป MyLotus’s เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของนักท่องเที่ยว เช่น ระบบสะสมแต้มและคูปองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ที่สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

“หากดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน พบว่าจากเดิมที่นิยมเดินทางมาเป็นกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่ มีโปรแกรมการเดินทางที่แน่นอนและเชื่อมโยงกับทัวร์ไกด์ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง (Free Independent Traveler-FIT) มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มักจะไม่มีแผนการเดินทางที่ตายตัว แต่จะค้นหาข้อมูลและวางแผนด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนการเดินทางจริง ดังนั้น จึงทำให้กลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต”

พลิกกลยุทธ์ดึง นทท.เอเชีย

2.การใช้กลยุทธ์ Celebrity Marketing หรือการร่วมงานกับศิลปินและคอมมิวนิตี้ต่าง ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา โลตัสได้ดึงกลุ่มศิลปิน NexT1DE บอยกรุ๊ปจากรายการ CHUANG Asia Season 2 ซึ่งเป็นวงที่มีฐานแฟนคลับหลากหลายสัญชาติ เช่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มาเป็น Friend of Lotus’s เพื่อสร้าง Engagement และดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้เข้ามามากขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากแคมเปญก่อนหน้าที่ใช้ศิลปินเกาหลีเพื่อโฟกัสที่ตลาดลูกค้าคนไทย

“การที่เราเลือกใช้ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับชาวต่างชาติโดยตรง ถือเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่แตกต่างไปจากเดิมที่มักใช้ศิลปินเกาหลีเพื่อเจาะตลาดลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าให้หลากหลาย และลดการพึ่งพิงนักท่องเที่ยวจากชาติใดชาติหนึ่งมากเกินไป”

วัดผล Tourist Card

3.การเปิดตัว “Tourist Card” อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบัตรดังกล่าวเป็นความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 20 แบรนด์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดในร้านค้าของโลตัสเอง หรือส่วนลดจากพาร์ตเนอร์ในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล โรงแรม และสปา

โดยได้ตั้งเป้าหมายในการวัดผลจากจำนวนการสมัครใช้บัตร และอัตราการใช้งานของ Tourist Card เป็นหลัก เพื่อให้สามารถประเมินผลได้อย่างแม่นยำว่ากลยุทธ์นี้สามารถดึงดูดและกระตุ้นยอดขายจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่

Lotus’s Go Fresh เจาะทัวริสต์

ขณะเดียวกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โลตัสได้จัดโซนพิเศษใน 19 สาขาท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา หาดใหญ่ ภูเก็ต สมุย หัวหิน กระบี่ และพระนครศรีอยุธยา โดยได้รวบรวมสินค้ายอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นขนม ของฝาก สมุนไพรไทย เสื้อผ้า และของที่ระลึก มาไว้ในโซนเดียว

ปัจจุบันโลตัสมีสาขาที่จัดเป็น “สาขาทัวริสต์” อย่างเต็มรูปแบบจำนวน 19 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย พัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยในสาขาเหล่านี้มีสัดส่วนยอดขายจากนักท่องเที่ยวสูงถึง 20-30% ขณะที่สาขาในกรุงเทพฯ อาทิ สาขาสุขุมวิท 50 ที่มีจุดแข็งด้านทำเลที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส รายล้อมไปด้วยโรงแรมจำนวนมาก และสาขาพระราม 1 (บรรทัดทอง) ก็มีสัดส่วนยอดขายจากนักท่องเที่ยวสูงถึง 25-30% เช่นเดียวกัน

สำหรับการขยายสาขาทัวริสต์ในอนาคต เบื้องต้นในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่มีแผนขยายสาขาโมเดลใหญ่เพิ่มเติมจาก 19 แห่งเดิม แต่อาจพิจารณาปรับปรุงสาขาโมเดลเล็กอย่าง “โลตัส โกเฟรช” ที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหรือโรงแรม เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น โดยปัจจุบันโลตัส มีสาขาในไทยอยู่ทั้งหมด 2,597 สาขา แบ่งเป็นสาขารูปแบบ Hypermarkets 224 สาขา Supermarkets 202 สาขา และ Minisupermarkets 2,171 สาขา

ไม่หวั่น ศก.ชะลอ

นางสาววรวรรณกล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะยังคงมีความท้าทาย แต่โลตัสก็ได้เตรียมแคมเปญใหญ่ ๆ ไว้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญฉลองครบรอบ และแคมเปญตามฤดูกาล ในช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภค

“โดยเรามั่นใจว่า กลยุทธ์การสร้างความผูกพัน กับลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ ผ่านแคมเปญการตลาดที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว จะยกระดับภาพลักษณ์โลตัส จากการเป็นศูนย์การค้าสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งอาหารและไลฟ์สไตล์สำหรับคนทุกเจเนอเรชั่นที่ทุกคนสามารถรู้สึกดี ๆ ได้ทุกวันที่โลตัส ไม่ว่าจะเป็นวันพิเศษหรือวันธรรมดา”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กำลังซื้อ โลตัส LOTUS