“ซีกัล” พลิกจังหวะสินค้าจีนทะลักเป็นโอกาส แตกธุรกิจใหม่รอบ 55 ปี รุกเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก วางโพซิชั่นพรีเมี่ยมแมสจับต้องง่ายกว่าญี่ปุ่น-ยุโรป 30-40% ชิงเม็ดเงินวัยรุ่น-คนทำงาน ปั้นรายได้ชดเชยตลาดเครื่องครัวซบพิษเศรษฐกิจ มั่นใจยอดขายปี’71 แตะ 500 ล้านบาท ส่วนเครื่องครัวปี’68 ปิดยอด 1,000 ล้าน โต 20% สวนตลาด
นายอรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องครัวแบรนด์ ซีกัล (Seagull) กล่าวว่า ปัจจุบันเครื่องครัวอยู่ในภาวะทรงตัวมาตั้งแต่ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เชื่อว่าเป็นผลจากสภาพกำลังซื้อ และการชะลอตัวของภาคอสังหาฯ ทำให้ดีมานด์เครื่องครัวลดลง
ตรงข้ามกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มูลค่า 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งยังคงมีดีมานด์ สะท้อนจากภาพที่มีผู้เล่นจำนวนมากส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภครุ่นใหม่ต้องการสินค้าที่ใช้ง่าย ดีไซน์ทันสมัย และเชื่อถือได้ ซึ่งตอบโจทย์การเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ช่วยโค้งท้ายของปี’68 นี้ คาดว่าทั้งตลาดเครื่องครัวและตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจะได้อานิสงส์จากกระแสการซื้อของขวัญเพื่อมอบให้กันและจับสลาก รวมถึงมาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่จะออกมา
“ผู้บริโภครุ่นใหม่มองเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเป็นสินค้าแฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ เช่น มีสีสันสดใส ดีไซน์น่ารัก-ทันสมัย มาได้ 2-3 ปีแล้ว นับเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งเชื่อว่าไม่ช้าเกินไปเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีอายุจำกัด จึงมีการซื้อเปลี่ยนตามวงรอบ แตกต่างจากเครื่องครัว”
แม้จะมีดีมานด์สินค้าจากผู้บริโภครุ่นใหม่ แต่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กมีความท้าทายทั้งจากการแข่งขันดุเดือด ทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน และไทย รวมถึงยังสินค้าน็อนแบรนด์จากจีนทะลักเข้ามาต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงตัดสินค้าแตกแบรนด์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี ภายใต้ชื่อ ซีกัล อีเล็คทริก (Seagull Electric) พร้อมวางกลยุทธ์ให้มีจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ ทั้งด้วยการเชื่อมโยงชื่อกับแบรนด์เครื่องครัว ซีกัล โปรโมชั่นบันเดิลกับเครื่องครัว อาทิ กระทะไฟฟ้าแถมชุดกระทะ-หม้อ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่คู่แข่งในตลาดไม่มี ร่วมกับระดับราคาที่จับต้องง่าย โดยสูงกว่าแบรนด์จีนประมาณ 20% แต่ถูกกว่าแบรนด์ญี่ปุ่น-ยุโรปประมาณ 30-40% เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่า
พร้อมรับประกัน 1 ปี และบริการหลังการขาย รวมถึงดีไซน์ที่เข้ากับสไตล์การออกแบบบ้าน-ครัวในปัจจุบัน
“แม้เครื่องใช้ไฟฟ้าจะอาศัยการจ้างผลิตในจีน แต่บริษัทมีหน่วยวิจัย-พัฒนาเอง รวมถึงคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น หม้อแรงดันที่ทำซูวีได้ เป็นต้น และมาตรฐานความปลอดภัย-ทนทานที่สูงกว่าน็อนแบรนด์จากจีน”
โดยมีเป้าหมายชิงตำแหน่งท็อปออฟไมนด์ หรือเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรกภายใน 3-5 ปี

ทั้งนี้จะขยายไลน์อัพสินค้าเพิ่มต่อเนื่อง หลังในปี 2568 นี้มีประมาณ 40 รายการ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กสำหรับใช้งานในครัว อาทิ หม้ออัดแรงดันไฟฟ้าแบบตั้งโปรแกรม เครื่องทำน้ำเต้าหู้ เครื่องปั่นอเนกประสงค์ เครื่องบดสับ และอื่น ๆ ก่อนปี 2569 จะขยายเพิ่มอีกประมาณ 40 รายการ และในระยะยาวจะมีไลน์สินค้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านประเภทอื่นในอนาคต
พร้อมปูพรมวางจำหน่ายในทุกช่องทาง ทั้งโมเดิร์นเทรด เช่น เซ็นทรัล โฮมโปร, Seagull Store ของบริษัทเอง และช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok, Facebook และ Instagram
ขณะเดียวกันทุ่มงบฯ 20 ล้านบาท สำหรับสื่อสารและทำการตลาดเชิงรุก เน้นให้ผู้บริโภคทราบว่า ซีกัล ไม่ได้มีเพียงเครื่องครัว แต่ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ประเดิมด้วยอีเวนต์เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ภายในงานมหกรรมอาหาร “กินจิง กินจัง 90’s Food Festival” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ซึ่งบริษัทจับมือ เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม Winner of Iron Chef Thailand ที่สาธิตเมนู “ข้าวแกงกะหรี่ไก่ และน้ำเต้าหู้”
รวมถึงกิจกรรมตอบคำถาม ลุ้นรับของรางวัล และการยกทัพสินค้ามาโชว์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสจริงอีกด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจะทำยอดขายช่วง 4 เดือนของปี’68 ได้ประมาณ 50 ล้านบาท และในปี’69 จะเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท ก่อนที่จะขยับเป็น 500 ล้านบาท ในปี’71 ซึ่งจะทำให้พอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 40% ของรายได้รวมบริษัท
ส่วนกลุ่มเครื่องครัว คาดว่าจะเติบโต 20% เป็น 1,000 ล้านบาท สวนทางกับตลาดที่ทรงตัว หลังบริษัทโหมเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มแฟชั่น เช่น แก้วทัมเบลอร์, กระทะสีสันสดใส และทำโปรโมชั่นจัดชุด ฯลฯ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งเทรนด์แฟชั่นและความคุ้มค่า ช่วยปลุกยอดขายให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่องโอกาส-ความท้าทาย เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นหนึ่งในตลาดที่ยังคงความคึกคักท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เป็นใจ และการแข่งขันดุเดือดจากผู้เล่นนานาชาติทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไทย และกลุ่มน็อนแบรนด์ที่ทะลักเข้ามาผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ
แต่แบรนด์ต่าง ๆ ทั้งหน้าเดิมและหน้าใหม่ยังเดินหน้าส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างคึกคักต่อเนื่อง หวังชิงเม็ดเงินและสร้างการเติบโต
โดย โตชิบา หนึ่งในผู้เล่นรายหลักฉายภาพว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก อาทิ หม้อหุงข้าว, ไมโครเวฟ, เครื่องทำน้ำอุ่น, พัดลม ฯลฯ ในไทยเมื่อสิ้นปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท
ขณะที่ ชาร์ป เสริมถึงโอกาสในตลาดนี้ว่า แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กในปี 2568 นี้ จะมีความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว จนอาจเติบโตเพียงระดับเลขหลักเดียวต้น ๆ เท่านั้น
แต่เชื่อว่ายังมีช่องว่าง เช่น การซื้อทดแทนสินค้าเก่า การมีพัดลมประจำห้องต่าง ๆ ในบ้าน รวมถึงความซื้อง่ายขายคล่องของสินค้าชิ้นเล็ก จะทำให้บริษัทสามารถรุกเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดได้
ขณะที่ สมาร์ทโฮม แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยคาดว่า ช่วงปลายปีซึ่งเป็นไฮซีซั่นนั้น จากบรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะปลุกดีมานด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กนั้น
ในปี 2568 นี้เทรนด์สินค้าไซซ์เล็กแต่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย เช่น ทำอาหารได้ทั้งต้ม-ปิ้งย่าง จะเป็นที่ต้องการ เนื่องจากผู้บริโภคมองหาความสะดวกมากขึ้น