“ไฮเออร์” โชว์ฟอร์มแกร่ง Q3/68 กวาดกำไรสุทธิ 2.4 หมื่นล้านบาท พุ่ง 12.7% อานิสงส์กลยุทธ์ “AI + สมาร์ทโฮม” ดันยอดในจีน และ “Local-for-Local” หนุนตลาดโลกโตก้าวกระโดด เผยตะวันออกกลางทะลุ 60% อเมริกาเหนือโต 20% พร้อมเดินเครื่องโรงงานใหม่ในชลบุรี เสริมทัพส่งออกคุมซัพพลายเชน มั่นใจอนาคตยังโตแกร่ง
รายงานข่าวจาก บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นสมาร์ทโฮม เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 354,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทแม่สูงขึ้น 12.7% แตะระดับ 24,377 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตในประเทศจีน ด้วยกลยุทธ์ “AI + สมาร์ทโฮม” ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคอย่างเหนือระดับ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์โดยเน้นกลุ่มเรือธงและชุดสมาร์ทโฮมอย่างต่อเนื่อง
AI หนุนธุรกิจแอร์โต 30%
โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2568 ระบุว่า อัตราการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ “สมาร์ทโฮมชุดสมบูรณ์” ของแบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง Casarte อยู่ที่ 36% และแบรนด์ Haier อยู่ที่ 15% ขณะที่ซีรีส์เครื่องซักผ้า “Leader Multiwash” กวาดยอดขายทะลุ 200,000 เครื่อง
นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้โมเดล “AI-enhanced one-inventory” ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างก้าวกระโดด โดยขยายการให้บริการครอบคลุมมากขึ้นถึง 86% และผลักดันยอดสั่งซื้อโดยตรงจากผู้บริโภค เพิ่มจาก 26% เป็น 74% นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจเครื่องปรับอากาศภายในบ้านยังคงเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในไตรมาส 3 จากการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
โรงงานใหม่ชลบุรี-เสริมทัพส่งออก
ทิศทางการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นบริษัทยังคงตอกย้ำความสำเร็จระดับโลก ด้วยการเดินหน้าขยายฐานการผลิตและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ซัพพลายเชนภายใต้กลยุทธ์ “Local-for-Local” หรือการผลิตในพื้นที่เพื่อจำหน่ายในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการยกระดับสู่ตลาดพรีเมี่ยม เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
โดยในตลาดหลักอย่างอเมริกาเหนือ ธุรกิจยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว โดยยอดขายกลุ่ม Air & Water เติบโตขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ในยุโรปสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม (X-series ราคา 599 ยูโรขึ้นไป) เพิ่มจาก 17% เป็น 25% และรายได้จากกลุ่ม HVAC เติบโตมากกว่า 30% พร้อมปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนตลาดเกิดใหม่ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการขยายฐานการผลิตและช่องทางจัดจำหน่าย โดยเอเชียใต้เติบโตกว่า 25% เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นกว่า 15% และตะวันออกกลางรวมถึงแอฟริกาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 60% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568
ประกอบกับมองว่าจากการที่มีโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ของไฮเออร์ในจังหวัดชลบุรีที่ได้เริ่มดำเนินการผลิตตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 6 ล้านเครื่องต่อปี ก็คาดว่าจะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพด้านอุปทานและเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งออกของภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ
มั่นใจอนาคตโตแกร่ง
สำหรับทิศทางในอนาคต เบื้องต้นบริษัทยังคงมีแผนขยายกลยุทธ์ “ผลิตภัณฑ์เรือธงและชุดสมาร์ทโฮม” ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผน การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงบริการหลังการขาย
รวมถึงยังมุ่งเสริมศักยภาพทีมงานระดับภูมิภาคผ่านการผลิตในประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมควบคู่กับวินัยทางการเงิน โดยได้รับการจัดอันดับความยั่งยืนด้าน ESG ระดับ “AA” จาก MSCI ต่อเนื่อง และยังคงติดอันดับ Fortune Global 500 ประจำปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากแผนการดำเนินงานดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้บริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง