ตลาดลักเซอรี่เดือด “BONAVENTURA” แบรนด์เครื่องหนังไฮเอนด์อิตาลี ประกาศปักธงบุกตลาดไทยเต็มตัว ชี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใน SEA รับกำลังซื้อสูง-เทรนด์ “Quiet Luxury” มาแรง ชูกลยุทธ์ Omnichannel และคุณภาพดีไซน์สู้ศึก ตั้งเป้า 3-5 ปี ดันไทยเป็นฮับภูมิภาค
การแข่งขันในตลาดสินค้าลักเซอรี่ของไทยกำลังทวีความดุเดือดอีกครั้ง เมื่อแบรนด์เครื่องหนังไฮเอนด์สัญชาติอิตาลี BONAVENTURA (โบนาเวนทูรา) ประกาศปักธงเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โดยมองไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพการเติบโตสูงและกำลังซื้อที่มองหา “ความหรูหราที่แท้จริง”
นายจาโคโม คอร์เตซี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท โบนาเวนทูรา จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเข้าสู่ตลาดไทยถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตระยะกลางและระยะยาวของบริษัท เนื่องจากตลาดสินค้าลักเซอรี่ในไทยมีปัจจัยบวกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะทั้งการขยายตัวของกลุ่มคนรวย และชนชั้นกลาง รวมถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนต่อเทรนด์ “Quiet Luxury” ซึ่งเป็นการบริโภคที่เน้นคุณภาพของตัวผลิตภัณฑ์ และดีไซน์เรียบหรู โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโลโก้ขนาดใหญ่ ซึ่งแนวคิดนี้ตรงกับ DNA ของแบรนด์
รวมถึงกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเงินและธุรกิจระดับภูมิภาค ที่มีผู้เชี่ยวชาญนานาชาติจำนวนมากอาศัยอยู่ ทำให้มีฐานลูกค้าที่เข้าใจและชื่นชมสินค้าคุณภาพสูงอยู่แล้ว ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการเข้ามาทำตลาด โดยคาดว่าตลาดลักเซอรี่ไทยจะเติบโตเฉลี่ยต่อปี ที่ 6.15% จนถึงปี 2027
ชูคุณภาพ-ดีไซน์สู้ศึกแบรนด์หรู
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดลักเซอรี่ในประเทศไทยจะมีการแข่งขันสูงและมีแบรนด์หลากหลายเข้ามาทำตลาด แต่บริษัทมองว่านี่คือการสะท้อนถึงความเติบโตและศักยภาพของตลาดที่ชัดเจน โดยสิ่งสำคัญในตลาดนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านราคา หรือความโด่งดังเท่านั้น แต่เป็นการแสดงคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน

“เราเชื่อว่าผู้บริโภคไทยมีความละเอียดอ่อนและมองเห็นคุณภาพที่แท้จริงและงานคราฟต์ที่ดีได้ ดังนั้น ในฐานะแบรนด์ที่สะท้อน Quiet Luxury คาดว่าเราจะสามารถสร้างบทบาทที่มั่นคงในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้”
โดยกลยุทธ์ในการทำการตลาด บริษัทจะเน้นชูจุดแข็งเรื่องของดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา และคุณภาพ โดยปัจจุบัน BONAVENTURA มีไลน์สินค้าตั้งแต่เคสโทรศัพท์มือถือไปจนถึงกระเป๋าและกระเป๋าสตางค์ จนกลายเป็นแบรนด์ที่รวบรวมสินค้าเครื่องหนังที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่มอบประสบการณ์คุณภาพสูงในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุม
ชู Omnichannel+กลยุทธ์ดิจิทัล
โดยในปี 2569 บริษัทมีแผนจะใช้กลยุทธ์ “Omnichannel” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อผสมผสานการตลาดแบบ Digital Marketing เข้ากับประสบการณ์ในร้าน หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการใช้แพลตฟอร์ม Shopify ในตลาดญี่ปุ่น โดยบริษัทจะนำประสบการณ์ความสำเร็จนี้มาประยุกต์ใช้ในตลาดไทย
รวมถึงยังมีแผนพัฒนาสินค้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นรวมถึงการสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในไทย เพื่อสื่อสารเสน่ห์ที่เป็นสากลของ BONAVENTURA ให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
มุ่งสร้างการเติบโต
ขณะที่แผนการขยายสาขาเพิ่มเติมในปี 2569 บริษัทกำลังวิเคราะห์ผลลัพธ์ของสาขาแรกในเซ็นทรัลเวิลด์ และดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค อย่างรอบคอบ เพื่อใช้วางกลยุทธ์การขยายตลาดไทยอย่างเหมาะสม โดยบริษัทจะมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์สูงสุดแก่ลูกค้าในแต่ละสาขา มากกว่าการเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็ว เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ
ส่วนช่วงที่เหลือของปี 2568 บริษัทก็จะยังคงโฟกัสไปที่สองสาขาแรกก่อน คือ เซ็นทรัลเวิลด์ และโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์ และสร้างความเข้าใจในแนวคิด “Beyond Luxury” ในตลาดไทยให้แข็งแกร่ง
“แม้ว่าเราจะไม่สามารถเปิดเผยจำนวนเงินลงทุนได้ แต่ยังยืนยันว่าไทยยังคงถือเป็นประเทศหลักในกลยุทธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรามีแผนลงทุนเพียงพอเพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาวอย่างแน่นอน”
ตั้งเป้า 3-5 ปี ดันไทยฮับ SEA
นายจาโคโมกล่าวย้ำว่า สำหรับเป้าหมายการเติบโต เบื้องต้นบริษัทมุ่งหวังที่จะเป็นแบรนด์ที่เหนือกว่าลักเซอรี่ทั้งในตลาดญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายยอดขายรวมแตะ 10,000 ล้านเยนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย
“ในตลาดประเทศไทยเราวางแผนสร้างฐานให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จากนั้นจะใช้ไทยเป็นฐานในการขยายต่อไปยังสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศใกล้เคียง ส่วนในระยะยาว ภายใต้ปรัชญา Beyond Luxury เราไม่ได้ต้องการเติบโตเพียงแค่ยอดขาย แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเติบโตเป็นแบรนด์ที่คนรุ่นต่อไปจะภาคภูมิใจ เป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารักและสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 50 ถึง 100 ปี”