“ศรีฟ้าเบเกอรี่-Moshi Moshi” ถือเป็น 2 ธุรกิจไทยที่มีเส้นทางการต่อสู้และเติบโตที่น่าสนใจ ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ถอดบทเรียนความสำเร็จและความท้าทายตลอดเส้นทางกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ในอุตสาหกรรม
เวทีสัมมนาประชาชาติธุรกิจ ส่งท้ายปีกับ “Thailand 2026 #ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” วันที่ 20 พฤศจิกายน2568 ได้เชิญ 2 นักธุรกิจ NextGen ดาวรุ่ง มาร่วมถอดบทเรียน ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในเส้นทางธุรกิจที่กว่าจะมาถึงวันนี้
“ศรีฟ้าเบเกอรี่” เริ่มจากร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ คูหาเดียวที่กาญจนบุรี ของ “วิเชียร เจนตระกูลโรจน์” ที่มีเป้าหมายต้องการทำร้านขนมปังที่ดีที่สุดในตำบล
เรียกว่าเป็น “สิงห์ภูธร” ที่สามารถเติบโตขยายธุรกิจกระทั่งกลายเป็นหุ้นส่วนของยักษ์ใหญ่อย่าง “ไมเนอร์ กรุ๊ป” ได้อย่างน่ามหัศจรรย์
ถือเป็นเส้นทางของนักธุรกิจต่างจังหวัด และเอสเอ็มอีตัวเล็กที่น่าสนใจอย่างมาก
กระทั่งต่อมาได้เปิดศูนย์ของฝากที่เมืองกาญจน์ พร้อมแนวคิดหา “พระเอก” ที่เป็นสินค้าชูโรง จากการทำ “เค้กฝอยทอง” พัฒนาและเลื่อนชั้นทำให้โรงแรมแทบทุกแห่งในจังหวัดสั่งไปเป็นของว่างในโรงแรม
และจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญคือได้เข้าไปวางขายในร้าน 7-11
ที่เรียกว่าทุกโอกาสมีวิกฤต
เพราะคุณวิเชียร ลงทุนซื้อที่ดินซื้อเครื่องจักรต่างประเทศ สร้างโรงงานใหม่ ทุ่มหมดตัวทั้งเงินตัวเองเงินกู้
แต่ก็ต้องเผชิญปัญหามากมายกว่าจะผ่านด่านทดสอบสำคัญ ที่คุณวิเชียรยอมรับว่า กลายเป็นจุดต่ำสุดของชีวิต เพราะสร้างหนี้เกินตัว ขณะที่ศักยภาพความพร้อมในการลงทุนขนาดใหญ่ยังไม่มี มีแต่ความตั้งใจอยากทำ
ในที่สุดก็ผ่านมาได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของ GEN 2 ของ “อาร์ท- พีรวัส” ลูกชายที่ช่วยงานเบเกอรี่พ่อมาตั้งแต่เด็ก เรียนจบ Food Science มาจากต่างประเทศมาช่วยพลิกสถานการณ์ จนสามารถขึ้นโรงงานและส่งเข้า 7-11 ได้ในที่สุด
การเข้าร้าน 7-11 ก็เหมือนเปิดประตูโอกาส ความน่าเชื่อถือเกิดขึ้น แม็คโคร โลตัส ท็อปส์ ก็ติดต่อมา
…แต่ขายดีมากก็มีปัญหา
และการเดินทางก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง
เพราะนอกจากนี้ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ก็ยังขยายธุรกิจรับจ้างผลิตขนมให้แบรนด์ดังต่าง ๆ รวมถึง Breadtalk ในเครือไมเนอร์ และก็ทำให้เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่และจุดเปลี่ยนสำคัญอีกก้าวของศรีฟ้าเบเกอรี่
เมื่อ “ไมเนอร์กรุ๊ป” ตัดสินใจร่วมทุนกับ บริษัท ศรีฟ้า โฟรเซ่น ฟู้ด ในสัดส่วน 51:49 ตั้งโรงงานผลิตเบเกอรี่มาตรฐานระดับโลก ภายใต้ชื่อบริษัท Art of Baking (AOB)
ทั้งเบเกอรี่แบบพร้อมรับประทาน เช่น ขนมปัง, เค้ก, โดนัท, แซนด์วิช และแบบแช่แข็ง เช่น แป้งขนมปัง, แป้งพิซซ่า, ครัวซองต์ เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค
อะไรคือเหตุผลที่ “ไมเนอร์ กรุ๊ป” เลือกศรีฟ้าเบเกอรี่ สิงห์ภูธร เป็นพาร์ตเนอร์แทนที่จะเป็นบริษัทต่างชาติหรือยักษ์ใหญ่วงการอาหาร
“พีรวัส” เล่าว่า คุณบิล ไฮเนกี้ ซีอีโอของไมเนอร์กรุ๊ป ระบุว่า ชอบในจิตวิญญาณเถ้าแก่ของศรีฟ้า
“ด้วยเราเป็นรายเล็ก ดังนั้นก็จะเต็มที่ใช้วิชาทำเกิน ทำเร็ว และทำแผนชัดเจนจนสามารถชนะใจไมเนอร์”
แต่เปิดโรงงานได้ 8 วันก็ล็อกดาว์นโควิด
Art of Baking (AOB) ผ่านมาได้อย่างไร
สิงห์ภูธร…เรียนรู้อะไรจากยักษ์ใหญ่อย่างไมเนอร์ กรุ๊ป
กระทั่งล่าสุด Europastry บริษัทผลิตเบเกอรี่ระดับโลกสนใจและเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ AOB 60% เพื่อเป็นสปิงบอร์ดขยายธุรกิจในภูมิภาค
ขณะที่ในส่วนของ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ที่เป็นผู้ผลิตเบเกอรี่ OEM ป้อนแบรนด์ดัง และโมเดิร์นเทรด
ก็มีการปรับ-เปลี่ยนครั้งสำคัญ ด้วยการขยับขยายต่อยอด มาสู่แฟรนไชส์ร้าน “ศรีฟ้าเบเกอรี่” และปัจจุบันร้านศรีฟ้าเบเกอรี่ (สีแดง) มีการขยายไปเกือบ 100 สาขา ทั่วประเทศ
พร้อมกับเป้าหมายเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป
อะไรคือหัวใจหลักในการเติบโตอย่างยั่งยืน
…………….
ขณะที่ “โมชิ โมชิ” (Moshi Moshi) ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 184 แห่งทั่วประเทศ ที่มีจุดกำเนิดจากร้าน ‘พร้อมภัณฑ์’ ขายของจิปาถะย่านฝั่งธนฯ ในช่วงปี 2526 ของครอบครัว “บุญสงเคราะห์” ก่อนขยับขยายสู่ธุรกิจส่งสินค้าให้กับห้างสรรพสินค้า และเปิดหน้าร้านที่สำเพ็ง
กระทั่งช่วงปี 2557 เริ่มมีร้านเชนสโตร์สินค้าไลฟ์สไตล์จากต่างประเทศเข้ามาเปิดในไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่โดยทายาทรุ่น 3 จนได้เปิด “โมชิ โมชิ” สาขาแรกที่สำเพ็ง เมื่อปี 2559
“อชิระ บุญสงเคราะห์” ทายาทรุ่น 3 ของ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าว่า กว่าที่ตัวเองจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจครอบครัว ต้องแสดงวิสัยทัศน์ และเสนอแผนธุรกิจกับ “สภาธุรกิจของครอบครัว” เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบ
โดยเป็นการทำงานร่วมกันของกลุ่มทายาทรุ่น 3 และสุดท้ายก็ออกมาเป็นแบรนด์ Moshi Moshi (โมชิ โมชิ) ขึ้นในปี 2559 สาขาแรกที่สำเพ็ง
อชิระ อธิบายว่า Moshi Moshi มีแนวคิดเป็น Fast Fashion Lifestyle Store นอกจากความหลากหลายของสินค้าแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ ราคาที่เข้าถึงได้ คำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก สินค้าต้องมีคุณภาพ และที่สำคัญคือความยูนีค
แต่เป้าหมายการขยายสาขาเข้าไปในห้างหรือศูนย์การค้าไม่ง่าย เพราะว่า โมชิ โมชิ เป็นแบรนด์ใหม่ ขณะที่การแข่งขันของเชนสโตร์ต่าง ๆ ก็ดุเดือด
ดังนั้น โมชิ โมชิ จึงต้องหันไปใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ด้วยการเปิดสาขาต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ มุ่งไปห้างท้องถิ่น เช่น เทอร์มินอล 21 โคราช, เมย่า (เชียงใหม่) ซึ่งผลตอบรับดีมาก ลูกค้าเข้าคิวรอร้านเปิดกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของเชียงใหม่ และทุกจังหวัดที่โมชิ โมชิ ไป ก็กระแสดี
จนทำให้ห้างชั้นนำของประเทศ เปิดประตูให้การต้อนรับโมชิ โมชิ
ส่งผลให้สามารถขยายสาขาอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่ความจำเป็นในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการขยายสาขา รวมทั้งมีการศึกษาเพื่อขยายสาขาในต่างประเทศด้วย
สำหรับธุรกิจครอบครัว “บุญสงเคราะห์ ” มีการวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่นยืนด้วย “ธรรมนูญครอบครัว” ที่เป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้ผู้บริหารรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ทำงานร่วมกัน
โดยมี “สภาธุรกิจ” ทำหน้าที่คล้ายกับบอร์ดบริหารของครอบครัว เพื่อทำการตัดสินใจต่าง ๆ และกำหนดทิศทางบริษัทร่วมกัน
ผู้บริหารรุ่นเก่าที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ขณะที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ เข้าใจเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
การปรับตัวตามยุคสมัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
สนามธุรกิจไม่เคยหยุดนิ่ง ยิ่งในยุคโลกหมุนเร็ว ทุกธุรกิจต้องกำหนดเกม “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” ในแบบของตัวเอง
สามารถติดตามเวทีสัมมนาประชาชาติธุรกิจ Thailand 2026 #ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ วันที่ 20 พ.ย.นี้ เวลา 13.00-16.30 ทาง Live เฟซบุ๊ก ยูทูป ประชาชาติธุรกิจ และเครือมติชน