Skip to content

“เจ้านาง” สู้ศึกเรดโอเชียนความงาม 1.7 แสนล้าน ปูพรมสินค้าใหม่-ลุยสกินแคร์ หวังดันเป้าแตะพันล้านใน 2-3 ปี

04 ธ.ค. 2568 | 10:08น.
“เจ้านาง” สู้ศึกเรดโอเชียนความงาม 1.7 แสนล้าน ปูพรมสินค้าใหม่-ลุยสกินแคร์ หวังดันเป้าแตะพันล้านใน 2-3 ปี

“เจ้านาง” ปรับทัพใหญ่สู้ศึกความงาม 1.7 แสนล้าน ประกาศรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ในปี 2568 เพื่อสลัดภาพแบรนด์ “ผู้ใหญ่” เจาะฐานลูกค้า Gen Z พร้อมกางแผนรุกตลาด “สกินแคร์-เมกอัพ” เต็มสูบ ทุ่ม 100 ล้านผุดโรงงานขอนแก่นเสริมแกร่งการผลิต ตั้งเป้าปี 2569 กวาดรายได้ 800 ล้านบาท หวัง 3 ปีทะลุพันล้าน พร้อมสยายปีกสู่ตลาดอาเซียนปั้นแบรนด์ไทยผงาดเวทีเอเชีย

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ตลาดความงามของไทยยังคงแสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยภาพรวมมูลค่าตลาดสูงถึง 170,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ซึ่งการเติบโตนี้ก็มักจะมาพร้อมกับสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด จากการกระโดดเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมาก ส่งผลให้แบรนด์ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่

สลัดภาพจำ “แบรนด์สูงวัย” เจาะฐาน Gen Z

นายสิทธา สมควรดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวธัญญ์ฐิตา ทรัพยศิรินารากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้านาง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางแบรนด์ “เจ้านาง” เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า หลังจากแบรนด์ดำเนินธุรกิจมาครบ 9 ปี และประสบความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าวัยทำงานอายุ 25-35 ปี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เรือธงอย่างแป้งพัฟที่ครองใจผู้บริโภค

บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ใหม่ในปี 2568 ด้วยการประกาศรีแบรนดิ้งครั้งสำคัญ เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยและดูอ่อนเยาว์ขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทพบ Pain Point สำคัญคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z มองว่าแบรนด์เจ้านางเหมาะกับผู้บริโภควัย 50 ปีขึ้นไป หรือดูโตเกินวัย ดังนั้น โจทย์ใหญ่ในปีหน้าคือการปรับแพ็กเกจจิ้งและการสื่อสารแบรนด์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยยังคงจุดแข็งเรื่องคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ผิวคนไทยและเอเชียไว้เช่นเดิม

ลุยขยายพอร์ตสกินแคร์

โดยในส่วนของกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ในปี 2568 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้นและแป้งพัฟ โดยล่าสุดได้เปิดตัว “แป้งพัฟโกลว์สกิน” ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผิวโกลว์สุขภาพดี พร้อมเทคโนโลยีกันน้ำ กันเหงื่อ และคุมมัน ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ที่เข้าใจ Pain Point ของผิวคนไทยและเอเชียที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนชื้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมส่งสินค้ากลุ่มเมกอัพใหม่ลงตลาดต่อเนื่อง อาทิ Glowy Bloom Liquid Lip, Soft Blush Powder และ Flawless Skin Concealer ในช่วงปลายปีนี้ รวมถึง Glowy Tint ในต้นปีหน้า เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดและดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมถึงยังมีแผนเตรียมเปิดตัวแป้งสูตรสิวในช่วงกลางปี เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่เป็นกังวลของกลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้วางโรดแมปสำหรับปี 2569 ในการรุกเข้าสู่ตลาดสกินแคร์อย่างเต็มตัว ทั้งในรูปแบบเซรั่มและครีม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Gen Z, Gen X และ Gen Y เนื่องจากมองว่าตลาดสกินแคร์และเมกอัพยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดจากปัจจุบันที่มีไม่ถึง 1% ให้ขยับขึ้นเป็น 3-5% ของมูลค่าตลาดรวม

เจ้านาง

ผนึกกลยุทธ์ O2O สร้างคอมมิวนิตี้ที่แข็งแกร่ง

ส่วนในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย เบื้องต้นบริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบบ O2O (Online-to-Offline) เพื่อผสานประสบการณ์ช็อปปิ้งให้ไร้รอยต่อ โดยในอนาคตบริษัทก็มีแผนที่จะศึกษาการเปิด “ช็อปเจ้านาง” ของตนเองเมื่อไลน์สินค้ามีความหลากหลายและครอบคลุมเพียงพอที่จะเติมเต็มชั้นวางสินค้าได้ จากปัจจุบันสินค้าจะมีวางจำหน่ายผ่านช่องทางเซเว่นอีเลฟเว่นกว่า 11,000 สาขา, ซีเจ 2,000-3,000 สาขา และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ควบคู่ไปกับการสร้างคอมมิวนิตี้ออนไลน์ที่แข็งแรง โดยจะมีการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์และใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่จริงใจ ซึ่งเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการสื่อสารที่คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อทำให้เจ้านางเป็นแบรนด์ที่แชร์ค่านิยมเดียวกับผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงแบรนด์ที่เน้นการขายสินค้าเท่านั้น

เจ้านาง

ปักธงแบรนด์ไทยสู่ “Regional Brand”

ขณะที่ด้านความพร้อมของการผลิต บริษัทได้ทุ่มงบฯลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานของตนเองในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเปิดดำเนินการแล้วในปี 2568 เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนา (R&D) สินค้าอินโนเวชั่นใหม่ ๆ โดยปัจจุบันสัดส่วนการผลิตยังเป็นการจ้างผลิต (OEM) 90% จากพันธมิตรในไทย จีน และเกาหลีใต้ เพื่อนำเข้านวัตกรรมและสารสกัดชั้นนำมาพัฒนาสินค้า และผลิตเอง 10% แต่ในอนาคตมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตเองมากขึ้น รวมถึงศักยภาพในการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์อื่น (OEM) ต่อไป

“เรามองว่าโรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชนและควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และสามารถรองรับแผนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง”

ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ในจีนผ่านตัวแทนจำหน่ายไปบ้างแล้ว ในปีหน้าจึงมีแผนขยายต่อไปยังประเทศลาวและอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดรับแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากกระแสความนิยมสินค้าไทยในกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ ที่เชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพ ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ดังนั้น การขยายเข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาคจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันแบรนด์เจ้านางสู่การเป็นผู้เล่นระดับเอเชียในอนาคต

ตั้งเป้าโกย 1,000 ล้านใน 2-3 ปี

สำหรับเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2568 แตะ 400 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าและการออกสินค้าใหม่ ส่วนในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 800 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายระยะกลางในการผลักดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

เจ้านาง