เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
Uncategorized สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
Business สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
Tech ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ  3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
Business ‘Spider-man: Brand New Day’ รายได้ทะลุ 3.3 หมื่นล้าน! ครองใจ Gen Z ชีวิต Coming of Age
ดูทั้งหมด

เจาะกลยุทธ์แบรนด์แฟชั่น ‘เกาหลี’ ไอไอคอมบายนด์ ชิง Top of Mind ตลาดลักเซอรี่

15 ธ.ค. 2568 | 08:11น.
สลิล สุญาณเศรษฐกร
สัมภาษณ์

ท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทายในตลาดแบรนด์หรู หรือลักเซอรี่ของไทยที่มีผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมาก “ไอไอคอมบายนด์” เป็นหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ระดับหลายร้อยล้านบาทในปี’68 นี้จากการมีร้าน Gentle Monster เพียง 2 สาขาที่เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอนรวมถึงยังตัดสินใจลงทุนอีก 100 ล้านบาท ปักธง HAUS NOWHERE พื้นที่รีเทลแนวใหม่ที่ไอคอนสยามด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “สลิล สุญาณเศรษฐกร” ประธานกรรมการ บริษัท ไอไอคอมบายนด์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์แฟชั่นสัญชาติเกาหลี อาทิ Gentle Monster, TAMBURINS และอื่น ๆ ถึงแนวคิดการสร้างความโดดเด่นและการเติบโตในตลาดลักเซอรี่ของไทยท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด

“สลิล” อธิบายว่า ต้องยอมรับว่าปี’68 นี้เป็นปีที่ตลาดลักเซอรี่ค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากหลังวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบออฟไลน์มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดรีเทลและลักเซอรี่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ตลาดลักเซอรี่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยนิยามของความลักเซอรี่ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้าราคาแพง แต่หมายถึงสินค้าที่สามารถสร้างความพึงพอใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภค Gen Z กลายเป็นฐานลูกค้าสำคัญของตลาดลักเซอรี่ เนื่องจากความชอบสร้างและเผยแพร่คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นผ่านกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย โดยการจะเข้าถึงกลุ่ม Gen Z นั้นแบรนด์ต้องตอบโจทย์ความพึงพอใจและไลฟ์สไตล์ อย่าง ความต้องการสัมผัสสิ่งใหม่ซึ่งมีเพียงชิ้นเดียว หรือสถานที่เดียวเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อหรือดูจากที่อื่นได้

เริ่มที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไร

ด้วยเหตุนี้ ไอไอคอมบายนด์ จึงต้องพัฒนายุทธศาสตร์ธุรกิจสำหรับชิงตำแหน่ง Top of Mind ด้วยแนวคิดการตั้งคำถามว่า “อยากให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไร ?” เพื่อนำไปสู่การออกแบบประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบร้านค้า การตั้งราคาสินค้า และบริการที่มีให้ตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมายที่ปัจจุบันเน้นเรื่องของประสบการณ์ได้อย่างตรงจุด แม้จะเป็นแบรนด์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศก็ตาม

ตัวอย่างเช่น บริการของ Gentle Monster ซึ่งในปี’69 จะเพิ่มบริการตัดแว่นเข้ามา รับเทรนด์การใส่แว่นสายตาแบบแฟชั่นเพื่อให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสและเพิ่มสัดส่วนการขายแว่นสายตาไปพร้อมกัน หลังที่ผ่านมาเรารับประกันแว่นแบบตลอดชีพ ซึ่งสร้างทั้งความประทับใจและความเชื่อมั่น หรือการวางระดับราคาที่สินค้าในไทยให้ใกล้เคียงกับที่เกาหลีให้มากที่สุด เป็นต้น

รวมถึงกลยุทธ์ออฟไลน์ที่เน้นสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ มีไฮไลต์สำคัญเป็นการทุ่มงบฯกว่า 100 ล้านบาท สร้าง “HAUS NOWHERE” พื้นที่รีเทลอาร์ตแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นแห่งที่ 5 ของโลก ต่อจากเกาหลีใต้ 2 แห่ง และจีน 2 แห่ง บนพื้นที่ 1,000 ตร.ม. บริเวณชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ผสานแกลเลอรี่ศิลปะกับร้านค้า

โดย HAUS NOWHERE สาขากรุงเทพฯ จะไม่ใช่เพียงร้านค้าปลีกทั่วไป แต่เป็น “Future Retail” ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และการขายสินค้าเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช็อปปิ้ง โดยรวบรวมแบรนด์แม่เหล็กในเครือ IICOMBINED มาไว้ในที่เดียว ได้แก่ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาลักเซอรี่ และ TAMBURINS แบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมยอดนิยมที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่

พร้อมใส่ไฮไลต์สำคัญคือ การออกแบบสเปซที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสาขากรุงเทพฯ ซึ่งแตกต่างจากสาขาอื่นในโลก และรูปปั้นสุนัขดัชชุนขนาด 3 เมตร เป็นซิกเนเจอร์ประจำสาขากรุงเทพฯ รวมถึงสินค้าคอลเล็กชั่นลิมิเต็ดที่มีจำหน่ายเฉพาะประเทศไทยที่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งแบบพัฒนาเอง และผ่านการคอลแลบส์กับพันธมิตร

ในระยะยาวจะอัพเกรด HAUS NOWHERE ย้ำโพซิชั่นหนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ด้วยการผนวกวัฒนธรรมไทยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่อาจมีการตั้งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนไทยอีกด้วย

เล็งดึงแบรนด์ใหม่เสริมทัพ

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมขยายสาขา Gentle Monster เพิ่มอีก 1 แห่งในหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างจังหวัดภูเก็ต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาพื้นที่ พร้อมทั้งวางแผนขยายสาขา TAMBURINS เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับแบรนด์เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณานำเข้าแบรนด์ใหม่อื่น ๆ ในเครือ IICOMBINED เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอ อาทิ NUDAKE (นูเดค)คาเฟ่ครัวซองต์แนวศิลปะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในโซลและเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยที่ชื่นชอบคาเฟ่ และจะเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดทราฟฟิกเข้าสู่ HAUS NOWHERE ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงแบรนด์ ATiiSSU แบรนด์หมวกดีไซน์ล้ำสมัยที่ได้รับความนิยมในหมู่ศิลปินดังระดับโลก

ทั้งนี้ ในระยะแรกอาจนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทดลองตลาดในรูปแบบป๊อปอัพก่อน เนื่องจากเนื้อที่ของสาขาที่ยังจำกัด

มั่นใจ 5 ปีแตะ 1,000 ล้าน

“สลิล” ย้ำความมั่นใจว่า เป้าหมายรายได้ในปี’68 นี้ คาดว่าจะปิดยอดขายที่ 250 ล้านบาท จากการดำเนินงานของ Gentle Monster ที่มีอยู่เดิม และการเปิดตัว HAUS NOWHERE ขณะที่ในปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 100% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ 500 ล้านบาท และวางเป้าหมายระยะยาวภายใน 5 ปี จะสามารถสร้างรายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท

โดยเชื่อมั่นว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ประกอบกับศักยภาพของไอคอนสยามที่เป็น Global Destination จะช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตได้ตาม
เป้าหมายที่วางไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดแฟชั่น เกาหลี