เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ONEE ปั้น Mascot Economy เจาะตลาดแฟนคลับทั่วโลก

29 ธ.ค. 2568 | 11:35น.

ONEE โชว์งบฯ ไตรมาส 3 ปี 2568 กวาดรายได้ All Time High ทะลุ 2 พันล้าน กำไรพุ่ง 135% ดัน “Idol Marketing” ขึ้นแท่นเรือธงใหม่ทำเงินเทียบเท่าสื่อทีวี พร้อมปั้นโมเดล “Mascot Economy” เจาะตลาดแฟนคลับทั่วโลก ตอกย้ำภาพ Content Creator ครบวงจร

นายนิภาส ลาภิกานนท์ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทสามารถเติบโตสวนกระแส

โดยมีรายได้จากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,991.86 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 203.8 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 22.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และพุ่งสูงขึ้นถึง 135.30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ มีปัจจัยความสำเร็จมาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจสินค้า (Merchandising) ที่เติบโตถึง 115% จากการขยายไลน์สินค้าแคแร็กเตอร์และการ์ตูนมาสคอตที่ไม่จำกัดอยู่แค่ตัวศิลปิน

2.ธุรกิจดูแลศิลปิน (Artist Management) ที่เติบโต 46.8% จากการที่ศิลปินในสังกัดมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นในวงกว้าง รวมถึงการปั้นศิลปินหน้าใหม่และคู่จิ้นใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด

3.ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ที่เติบโต 33.9% จากการจัดงานกว่า 84 งาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจัดงานในต่างประเทศ

“Idol Marketing” เรือธงใหม่

นายนิภาส กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ในไตรมาสนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนการไม่พึ่งพารายได้จากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ Idol Marketing ซึ่งประกอบด้วย การบริหารจัดการศิลปิน การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ และการขายสินค้าที่ระลึก ที่สามารถ
ทำรายได้เติบโตขึ้นถึง 66.59%

โดยตัวเลขที่น่าจับตามองที่สุดคือ สัดส่วนรายได้ของ Idol Marketing ในไตรมาส 3 ปี 2568 ได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 50.03% ซึ่งเป็นระดับที่เท่าเทียมกับธุรกิจดั้งเดิมอย่างสื่อทีวี วิทยุ และลิขสิทธิ์

“หากย้อนกลับไปดูข้อมูลเมื่อไตรมาส 4 ปี 2564 สัดส่วนของ Idol Marketing เคยอยู่ที่เพียง 11.35% เท่านั้น ดังนั้น การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ สู่การเป็น ‘Lifestyle Entertainment Business’ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญาและบุคลากรในเครือได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ทีวีคือโชว์รูมปั้นศิลปิน

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Content Marketing ที่แม้รายได้ลดลงประมาณ 19% อยู่ที่ 959 ล้านบาท จากผลกระทบของ Digital Disruption และเศรษฐกิจชะลอตัว

แต่บริษัทก็จะยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางทีวีในฐานะ “โชว์รูม” ที่ทรงพลังที่สุดในการนำเสนอคอนเทนต์และศิลปินให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างฐานความนิยมก่อนที่จะนำชื่อเสียงเหล่านั้นมาต่อยอดสร้างรายได้ในรูปแบบอื่น

โดยบริษัทวางโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือการมีทีม Production และ Studio ของตนเอง สู่กลางน้ำในการกระจายคอนเทนต์ผ่านสื่อออฟไลน์และออนไลน์ จนถึงปลายน้ำและส่วนต่อขยาย คือการจัดอีเวนต์ คอนเสิร์ต และจำหน่ายสินค้า Merchandise ทั้งในและต่างประเทศเป็นการสร้างรายได้แบบ Ecosystem ที่เกื้อหนุนกันอย่างสมบูรณ์

Mascot Economy ขุมทรัพย์ใหม่

ด้านนายนรัญจ์ พุ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์และถือเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจของบริษัท คือการสร้างรายได้จากโมเดล “Mascot Monetization” ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคแร็กเตอร์ “น้องซังซัง” สู่การพัฒนามาสคอตตัวใหม่ ๆ ให้กับศิลปินคู่ต่าง ๆ เช่น “ลูกคุณหนู” ของคู่จิ้น Gemini-Fourth หรือ “เป๋าตัง” ของคู่ Boun-Prem โดยปัจจุบันมีมาสคอตในพอร์ตโฟลิโอกว่า 20 ตัว

“เรามองว่ามาสคอตเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตา แต่ถูกวางสถานะให้เป็นเหมือนศิลปินคนหนึ่งของค่าย ที่สามารถรับงานจ้าง เป็น Brand Presenter ออกงานอีเวนต์ และมีสินค้า Merchandise เป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการสร้าง High Value Added ที่ไร้ขีดจำกัดและมีความยั่งยืน ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว และสามารถเจาะตลาดสินค้าของสะสมได้ในระยะยาว”

อย่างไรก็ตาม การก้าวผ่านความท้าทายของยุคดิสรัปชั่นอย่างสมบูรณ์ ด้วยการเปลี่ยนแกนรายได้หลักจากค่าโฆษณามาสู่การสร้างมูลค่าจากฐานแฟนคลับ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ก็เชื่อมั่นว่าสิ้นปี 2568 ไปจนถึงปี 2569 จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

Q4 ปูพรมคอนเทนต์-อีเวนต์ใหญ่

ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2569 ยังคงเดินหน้าเปิดตัวคอนเทนต์ทั้งละครและซีรีส์เจาะกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นละครฟอร์มยักษ์จากช่อง one31

รวมถึงซีรีส์วัยรุ่นจาก GMMTV อีก 4 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานจาก CHANGE2561 ทั้งทางหน้าจอทีวีและออนไลน์

ในฝั่งของธุรกิจอีเวนต์ไตรมาส 4 ถือเป็นช่วง High Season โดยมีไฮไลต์สำคัญคือคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปี “GMMTV Starlympic 2025” ซึ่งบัตรจำหน่ายหมด รวมถึงคอนเสิร์ตของศิลปินกลุ่ม Lyken และงานแฟนมีตติ้งในต่างประเทศอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้รายได้ในช่วงปลายปียังคงแข็งแกร่ง

ควบคู่ไปกับการรุกตลาดดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชั่น oneD ที่ปัจจุบันรายได้จากการสมัครสมาชิกเติบโตขึ้นถึง 49% และการขยายฐานผู้ชมบน YouTube ผ่านช่อง One Playground ที่มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นถึง 46%