Skip to content

สมาคมค้ายาสูบไทย จี้รัฐบาลใหม่ยกปัญหา “บุหรี่เถื่อน” วาระเร่งด่วนปี’69

07 ม.ค. 2569 | 16:10น.
สมาคมค้ายาสูบไทย จี้รัฐบาลใหม่ยกปัญหา “บุหรี่เถื่อน” วาระเร่งด่วนปี’69

สมาคมการค้ายาสูบไทย จี้รัฐบาลใหม่ยก “ปัญหาบุหรี่เถื่อน” เป็นวาระเร่งด่วนรับศึกเลือกตั้งปี 2569 หลังทะลักกินส่วนแบ่งตลาด 28% สกัดภาษีรัฐวูบปีละ 3 หมื่นล้านบาท พร้อมเสนอพรรคการเมืองชูนโยบายปราบอาชญากรรมออนไลน์และทุนสีเทา อุ้มโชห่วย 5 แสนราย-เกษตรกรต้นน้ำ พ้นวิกฤตเศรษฐกิจใต้ดิน

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ติดตามการเลือกตั้งปี 2569 อย่างใกล้ชิด และเห็นว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยจากการติดตามพบว่า หลายพรรคการเมืองได้มีการนำเสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ลดค่าครองชีพ เสริมสร้างสภาพคล่องให้กับ SMEs รวมถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใต้ดิน ซึ่งทุกประเด็นนี้ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโชห่วยที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย และถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

“ปัจจุบันโชห่วยที่ขายสินค้าถูกกฎหมายประมาณ แสนราย กำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม จากการที่บุหรี่เถื่อนขยายตัวเร็วตามเศรษฐกิจที่ซบเซา กินส่วนแบ่งตลาดยาสูบถึง 28% ส่งผลให้ร้านค้าถูกกฎหมายขายสินค้าไม่ได้ สูญเสียลูกค้าและรายได้ หากรัฐบาลใหม่อยากฟื้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง ต้องเร่งยกระดับการแก้ปัญหานี้เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อให้บุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์”

พร้อมเน้นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการโชห่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ทั้งในแง่รายได้ของรัฐที่หายไปและการสร้างความไม่เป็นธรรมในภาคธุรกิจ

จี้รัฐปราบ ‘บุหรี่เถื่อน’ สกัดภาษีรั่วปีละ 3 หมื่นล้าน

นางสาวธัญญศรัณ อธิบายต่อว่า บุหรี่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีแหล่งที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยบุหรี่เหล่านี้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายทั้งในร้านค้าทั่วไปและช่องทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้ร้านค้าถูกกฎหมายไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ เพราะบุหรี่เถื่อนมีราคาถูกกว่าถึง 2-3 เท่า

และยิ่งไปกว่านั้นการปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทางออนไลน์ยังประสบปัญหา เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเพียงพอจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ เช่น เฟซบุ๊ก ทำให้การลักลอบขายยังคงแพร่หลายและยากต่อการควบคุม

นโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ จัดการเศรษฐกิจใต้ดิน ทุนสีเทา และเพิ่มรายได้รัฐจากภาษี ซึ่งหลายพรรคการเมืองชูเป็นนโยบายหาเสียง สามารถเริ่มต้นได้จากการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เพราะรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีปีละเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่โชห่วยและเกษตรกรไร่ยาสูบไม่ได้รับการคุ้มครองเพียงพอ”

พร้อมทั้งเสนอว่า หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน และใช้เทคโนโลยีในการติดตามและตรวจสอบการลักลอบนำเข้า ก็จะช่วยป้องกันและลดปริมาณบุหรี่เถื่อนในตลาดได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรในประเทศ

ดังนั้น ทางสมาคมฯ ขอเสนอให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองกำหนดนโยบายปราบบุหรี่เถื่อน คุ้มครองร้านค้าถูกกฎหมาย และดูแลระบบห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจรากหญ้า สร้างความยั่งยืน และลดธุรกิจผิดกฎหมาย สมาคมฯ เชื่อว่าหากมีมาตรการที่ชัดเจน จะช่วยปกป้องโชห่วยและเกษตรกร พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจไทย และแสดงจุดยืนต่อประชาคมโลกในการแก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย