Skip to content

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเผยแผน 60 วัน, 12 เดือน และ 3 ปี รับมือวิกฤต​ตะวันออก​กลาง​

26 มี.ค. 2569 | 11:15น.
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเผยแผน 60 วัน, 12 เดือน และ 3 ปี รับมือวิกฤต​ตะวันออก​กลาง​

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอแผนระยะ 60 วัน 12 เดือน และ 3 ปี รับมือวิกฤต​ต้นทุน ทั้งผนึกพาณิชย์​ตั้งทีมเฉพาะกิจจี้ติดสถานการณ์​ ปูพรมธงฟ้ามาตรการ​เดียวทั่วประเทศ ก่อนยกเครื่องโลจิสติกส์​ไทย รับมือระยะยาว

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน และต่อเนื่องไปยังราคาสินค้า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว พร้อมเสนอมาตรการสำหรับแต่ละระยะ

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย

ธงฟ้ามาตรฐานเดียวทั้งประเทศ

สำหรับระยะสั้นช่วง 60 วันแรก ซึ่งต้องเน้นการประคองราคาสินค้า เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชน ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ส่งปลีกไทย ผู้ผลิตผู้จัดจำหน่าย

โดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และความเสี่ยงด้านอุปทานสินค้า เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารสต๊อก  ดูแลราคาสินค้าได้อย่างทันท่วงที

พร้อมกำหนด “ตะกร้าสินค้าจำเป็นราคาประหยัด หรือสินค้าธงฟ้า” มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม

เสนอรัฐหนุนโลจิสติกส์ลดต้นทุน

ส่วนในระยะกลางช่วง 60 วัน-12 เดือน ให้จัดกลุ่มสินค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน แบ่งเป็น สินค้าจำเป็นสูง, สินค้าจำเป็นที่มีสินค้าทดแทนได้ แยกออกจากสินค้าทั่วไป เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการดูแลความเหมาะสมของราคาและความพร้อมของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย

ขณะเดียวกันเสนอให้มีมาตรการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคและต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง

อัพเกรดระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์​

สุดท้ายใตระยะยาวช่วง 1-3 ปี เสนอให้ยกระดับโครงสร้างระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยพัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้าในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกและการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในทุกพื้นที่

พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน

ระดมสินค้า House Brand-แบรนด์ทางเลือก ประคองสถานการณ์​

พร้อมกันนี้ นายณัฐย้ำว่า สมาคมฯพร้อมสนับสนุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ อย่างเต็มที่ ผ่านการนำสินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่าย มาจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อเพิ่มตัวเลือกและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

รวมถุงเสนอให้ขยายช่องทางร้านค้าที่รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปยังโมเดิร์นเทรด เพื่อให้เกิดความสะดวกและรองรับความต้องการมากขึ้น