เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ทรู’ คืนชีพ AF ย้ำจุดยืนเบอร์ 1 คอนเทนต์ไทย

11 มิ.ย. 2569 | 15:49น.
องอาจ ประภากมล

องอาจ ประภากมล

“True Academy Fantasia 2026” หรือ True AF 2026 เปิดบ้านอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นการกลับมาของรายการเรียลิตี้โชว์ระดับตำนาน ที่ปลุกปั้นเหล่า “นักล่าฝัน” ให้กลายเป็น “คนดัง” เฉิดฉายในวงการบันเทิงมาแล้วหลายต่อหลายคน

การกลับมาของเรียลิตี้ AF ในรอบ 10 กว่าปี ไม่ได้สร้างเสียงฮือฮาบนโลกโซเชียลเท่านั้น แต่มาพร้อมกับความคาดหวังของแฟน ๆ ที่รอคอยมาตั้งแต่จบฤดูกาลที่ 12 ตั้งแต่ปี 2558 ทั้งยังเป็นการพิสูจน์ด้วยว่าคอนเทนต์ “ขึ้นหิ้ง” ของกลุ่มทรูยังมีมนต์ขลังพอในยุคที่คนดูทีวีน้อยลง และสมรภูมิสตรีมมิ่งกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดหรือเปล่า

ฟื้นเสน่ห์ของ AF

“องอาจ ประภากมล” หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า AF ถือเป็น Killer Program หรือ Legacy Content ของทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) ที่มีการนำเสนอต่างจากรายการอื่น ๆ ไม่ใช่แค่เวทีประกวดร้องเพลง แต่เป็นเวทีการสร้างบุคลากรคุณภาพ ที่แต่ละคนสามารถต่อยอดเส้นทางอาชีพในวงการบันเทิงได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน พิธีกร หรืออินฟลูเอนเซอร์ก็ตาม

จุดเด่นของ AF คือ “แคแร็กเตอร์” ของนักล่าฝันทั้ง 12 คน ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีทักษะการร้องมาเท่ากัน แต่ต้องมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ สร้างการจดจำได้ รวมถึงการนำเสนอแบบไม่สร้าง “ดราม่าเชิงลบ” เน้นให้ผู้ชมได้ติดตามพัฒนาการของนักล่าฝันแบบเรียลไทม์ 24 ชม. ตลอด 10 สัปดาห์

“เชื่อว่ามีคนรอคอยการกลับมาของ AF เสมอ เพราะตั้งแต่ประกาศไปว่า AF จะกลับมาอีกครั้ง ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี จากที่จับยอดเอ็นเกจเมนต์เกี่ยวกับการพูดถึง AF ด้วยเครื่องมือ Social Listening พบว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามียอดวิวบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มทะลุ 236 ล้านวิว”

สิ่งที่ต่างจากอดีต

ในยุคที่พฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป “AF” ซีซั่นนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเช่นกัน จากเดิมในซีซั่นก่อน ๆ นักล่าฝันทั้งหลายจะอยู่ในสภาวะ “Black Out” ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แต่การกลับมาในซีซั่นนี้จะมีการจัดช่วงเวลาให้ผู้เข้าแข่งขันสวมกล้องส่วนตัว และทำคอนเทนต์ผ่านมุมมองแบบ First Person View เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าทรู และดีแทคที่สมัครแพ็กเกจ Now Ent เริ่มต้น 99 บาทต่อเดือนขึ้นไป

ขณะเดียวกันยังเป็นการรวมตัวของครูผู้สอนระดับท็อปแถวหน้าของวงการ และทีมผลิต Gen ใหม่ที่จะเข้ามาดูแลการผลิต เพื่อสร้างความสดใหม่ และออกแบบรายการให้เข้ากับยุคโซเชียลมีเดียมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช” ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Be On Cloud และ “โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ” (อดีตนักร้องนำวง Cocktail)

ในฝั่งของรูปแบบการโหวตยังคงให้มีการโหวตผ่านมือถือ โดยเฉพาะลูกค้าทรู และดีแทค เสียค่าใช้จ่าย 6 บาทต่อ 1 โหวต ส่วนเครือข่ายอื่น ๆ จ่าย 8 บาทต่อ 1 โหวต 

นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เพิ่มจากซีซั่นก่อน ๆ คือการโหวตแบบ Gifting ผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะดูไม่ค่อยเป็นใจ แต่ในฝั่ง Fandom Economy ยังแข็งแรง ซึ่งการโหวตเป็นเรื่องของอารมณ์ และความรู้สึก ผู้ชมที่โหวตไม่ได้ตัดสินใจจากมูลค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยอมเสียเงินโหวตเมื่อรู้สึกผูกพัน และโดนใจตัวผู้เข้าแข่งขันจริง ๆ”

เจาะกลุ่มผู้ชมต่าง Gen

สำหรับช่องทางการรับชม True AF 2026 ลูกค้าทรูวิชั่นส์ทั้งในระบบเคเบิล จานดาวเทียม และแอปพลิเคชั่น TrueVisions Now สามารถรับชมได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนคอนเสิร์ตทุกวันเสาร์ เวลา 20.00-22.30 น. นอกจากจะเปิดให้ผู้โชคดีจากการโหวตเข้าไปชมที่ Cloud 11 แล้ว ยังสามารถรับชมได้ที่ช่อง TrueX-Zyte ด้วย

ขณะที่การออกแบบคอนเทนต์ของ AF ซีซั่นนี้ มองที่กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลัก คือ 1.ฐานผู้ชมเดิม เป็นกลุ่มผู้รับชมที่เติบโตมากับรายการ AF และเป็นฐานลูกค้าเหนียวแน่นของทรูวิชั่นส์มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม (UBC) มีเวลาและมีความชื่นชอบที่จะติดตามดูเรียลิตี้การใช้ชีวิตของนักล่าฝันแบบสด ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

และ 2.กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z & Alpha) เป็นกลุ่มคนในยุคโซเชียลมีเดีย แม้จะมีฐานกว้างที่สุด แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก หรือคุ้นเคยกับทรูวิชั่นส์มาก่อน ซึ่งลักษณะของคนกลุ่มนี้จะมีความอดทนในการรับชมคอนเทนต์ค่อนข้างสั้น เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 วินาที จึงมีการเตรียมคอนเทนต์รูปแบบคลิปสั้น (Hot Clip) และไฮไลต์ต่าง ๆ เพื่อเสิร์ฟให้คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถรับชมสดหรือดูย้อนหลังได้ผ่านแอป TrueVisions Now

ทุ่มงบฯ ลงทุน 120 ล้าน

“องอาจ” พูดถึงงบประมาณในการผลิต AF ซีซั่นนี้ว่า ใช้งบประมาณราว 120 ล้านบาท มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้เป็นหลัก จากปัจจุบันยอดดาวน์โหลดแอป TrueVisions Now อยู่ที่ 5 ล้านครั้ง มีจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนบัญชีแล้ว 3 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ใหม่ราว 20%

ในฝั่งโมเดลรายได้มีทั้งหมด 3 ส่วน คือ 1.รายได้จากสปอนเซอร์ (Sponsorship) ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งใน และนอกเครือ ซี.พี. มีสัดส่วนราว 40% 2.รายได้จากการโหวต (Voting) อีก 40% และ 3.รายได้จากการสมัครแพ็กเกจสมาชิก (Subscription) ที่ 20% ซึ่งสมัครเป็นลูกค้าของทรูวิชั่นส์แล้ว ไม่ใช่ได้ดูแค่ AF แต่มีคอนเทนต์อื่น ๆ เช่น กีฬา ซีรีส์ และอนิเมะให้ดูด้วย

“ในอดีตโมเดลการสร้างรายได้เป็น Sponsorship 60% และการโหวต 40% แต่รายได้จาก Sponsorship ก็น้อยลงไปตามยุคสมัย และคงไม่ได้คาดหวังว่าจะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แค่อยู่ในจุดคุ้มทุนก็น่าพอใจแล้ว”

ย้ำจุดยืน Thai Originals

“องอาจ” ย้ำว่า จุดยืนของทรูวิชั่นส์ในวันนี้ท่ามกลางการแข่งขันของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ (OTT) คือ “Thai Originals” หรือการเป็น “เบอร์ 1” ด้านคอนเทนต์ไทย เปลี่ยนบทบาทจากการ “ซื้อมาฉาย” สู่การเป็น “ผู้ผลิต” คอนเทนต์เอง โดยใช้ความเป็น “ไทย” มุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการผลิตละคร, ซีรีส์, รายการเรียลิตี้โชว์ ไปจนถึงรายการกีฬา และสร้างความต่างจากแพลตฟอร์มระดับโลก ที่แม้จะมีเนื้อหาไทยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เนื้อหาหลักของแพลตฟอร์มเหล่านั้น

“ความตั้งใจสูงสุดของแบรนด์ คือการสร้างภาพจำให้เกิดขึ้นในใจผู้ชมว่าหากต้องการดูคอนเทนต์ไทยที่ดีและสนุก จะต้องนึกถึงทรูวิชั่นส์เป็นคนแรก ๆ ซึ่งปัจจุบันทำได้ดีแล้ว แต่ต้องทำให้มากขึ้นอีก โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนคอนเทนต์ไทยจากที่มีอยู่ประมาณ 20% เป็น 30-40% ให้ได้ภายในปีนี้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AF ทรู คอร์ปอเรชั่น