Grab
Grab ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม เปิดตัวโครงการ “S.A.F.E.+” ยกระดับความปลอดภัยแอปเรียกรถใน 4 มิติ พร้อมตั้งเป้าผลักดันคนขับทำใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 ราย ภายในสิ้นปีนี้
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า บริการเรียกรถผ่านแอปของแกร็บ (Grab) เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้ใช้บริการในภูมิภาค
ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปีที่ผ่านมา แกร็บได้ลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างและรักษามาตรฐานการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นระบบการคัดกรองและควบคุมคุณภาพของคนขับ ระบบประเมินผลการให้บริการ การพัฒนาช่องทางรับข้อร้องเรียนและคำแนะนำ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความอุ่นใจให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงคนขับ
ส่งผลให้ปัจจุบันแกร็บสามารถรักษาอัตราการให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัย (โดยปราศจากรายงานอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์) อยู่ที่ระดับ 99.9% ทั่วทั้งภูมิภาค การเปิดตัวโครงการ S.A.F.E.+ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อความมุ่งมั่นดังกล่าว
“แกร็บพร้อมร่วมสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการเรียกรถผ่านแอปในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร และคนขับบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารคนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมใช้บริการเรียกรถผ่านแอปในการเดินทางในชีวิตประจำวัน”
นางสาวจันต์สุดากล่าวต่อว่า ภายใต้โครงการ “เซฟพลัส” แกร็บมุ่งดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยใน 4 มิติหลัก ซึ่งประกอบด้วย

S : Standards Compliance – ส่งเสริมมาตรฐานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
แกร็บมุ่งส่งเสริมให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของการให้บริการเรียกรถผ่านแอป
พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้มีคนขับบนแพลตฟอร์มถือใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 รายภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งยังคงรักษามาตรฐานการคัดกรองคนขับโดยมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง และคนขับทุกคนต้องผ่านการอบรมออนไลน์ด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มให้บริการ
A : Assurance – เสริมความคุ้มครองและความอุ่นใจตลอดการเดินทาง
แกร็บพร้อมผนึกความร่วมมือกับบริษัทประกันชั้นนำ อาทิ ทิพยประกันภัย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ “ประกันภัยสาธารณะ” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนขับที่ให้บริการเรียกรถผ่านแอปในราคาที่เข้าถึงได้ ช่วยให้คนขับสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านประกันภัยได้สะดวกยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันแกร็บยังคงจัดทำประกันอุบัติเหตุเพื่อคุ้มครองทั้งคนขับและผู้โดยสาร โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท ในกรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และสูงสุด 200,000 บาท ในกรณีเสียชีวิต
F : Features for Safety – ยกระดับความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
แกร็บเดินหน้าลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันแกร็บมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย อาทิ ระบบยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบใบหน้าคนขับก่อนให้บริการ (Biometric Verification)
ฟีเจอร์แชร์สถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ ปุ่ม SOS สำหรับติดต่อหน่วยงานฉุกเฉิน ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถหยุดนิ่งเป็นเวลานานหรือออกนอกเส้นทาง รวมถึงฟีเจอร์บันทึกเสียงภายในรถ (Audio Protect) เพื่อใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ โดยปีนี้แกร็บมีแผนขยายการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวแบบอัตโนมัติสำหรับทุกเที่ยวการเดินทางในช่วงเวลากลางคืน
E : Enhanced Protection – ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง
แกร็บเตรียมผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มติดตั้งกล้องเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการส่งเสริมการติดตั้งกล้อง CCTV ภายในรถ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนขับประสิทธิภาพสูงและมีผลการให้บริการที่โดดเด่น รวมถึงกลุ่มคนขับที่ให้บริการในสนามบิน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างต้นแบบที่ดีให้กับอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ แกร็บได้เริ่มทดลองติดตั้งกล้อง Karta DashCam ให้กับคนขับบางส่วนแล้ว โดยกล้องนี้พัฒนาขึ้นโดยทีมเทคโนโลยีของแกร็บ รองรับการประเมินผลด้วยเทคโนโลยี AI มาพร้อมปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่สามารถเชื่อมต่อภาพและระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์กับฝ่ายความปลอดภัยของแกร็บ โดยมีแผนขยายผลอย่างต่อเนื่องในอนาคตเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งผู้โดยสารและคนขับตลอดการเดินทาง