“ดุสิตธานี” ปักหมุดหาดใหญ่-ภูเก็ต ขยายพอร์ตแบรนด์ “อาศัย” ในประเทศไทย
กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าขยายแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ “อาศัย” ในประเทศไทยต่อเนื่อง ประกาศลงนามสัญญาบริหารโรงแรมใหม่ 2 แห่งในภาคใต้ “หาดใหญ่-ป่าตอง ภูเก็ต” เผยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี’71-72 ตอกย้ำกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ในจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านวัฒนธรรม ชุมชน อาหาร และประสบการณ์ท้องถิ่น ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาการเข้าพักที่มากกว่าความสะดวกสบาย
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวแบรนด์ “อาศัย” ตั้งแต่ อาศัย กรุงเทพ ไชน่าทาวน์ ในปี 2563 จนขยายสู่ อาศัย กรุงเทพ สาทร และอาศัย เกียวโต ชิโจ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเดินทางที่มองหาที่พักที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับประสบการณ์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ล่าสุด แบรนด์ “อาศัย” เดินหน้าขยายการเติบโตในประเทศไทยต่อเนื่องด้วยการลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมในภาคใต้อีก 2 แห่ง ได้แก่ อาศัย หาดใหญ่ และ อาศัย ป่าตอง ภูเก็ต

นายชนินทร์กล่าวว่า ปัจจุบันนักเดินทางไม่ได้มองหาเพียงสถานที่พักผ่อน แต่ต้องการประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจุดหมายปลายทาง ได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนรอบตัว ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าในการเข้าพัก แบรนด์อาศัยจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่โดยเฉพาะ
การเปิดตัวโรงแรมอาศัย หาดใหญ่ (สงขลา) และอาศัย ป่าตอง (ภูเก็ต) สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในศักยภาพการเติบโตของตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย โดยทั้ง 2 เมืองเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างโรงแรมที่เป็นมากกว่าที่พัก แต่เป็นจุดเชื่อมโยงให้นักเดินทางได้ค้นพบเสน่ห์ของชุมชน วัฒนธรรม และประสบการณ์ท้องถิ่นที่ทำให้แต่ละจุดหมายปลายทางมีความหมายและน่าจดจำยิ่งขึ้น” นายชนินิทร์กล่าว

นายชนินทร์กล่าวด้วยว่า สำหรับแบรนด์ “อาศัย” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ โดยผสานการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียดเข้ากับพื้นที่ส่วนกลางที่มีชีวิตชีวา พร้อมห้องพักขนาดกะทัดรัดที่ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้พบปะ พักผ่อน ทำงาน และเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง ภายใต้แนวคิดการสร้างประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของแต่ละจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง
โดยโรงแรมอาศัย หาดใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนสามชัย ใจกลางเมืองหาดใหญ่ หนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ อีกทั้งยังเป็นประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียและภูมิภาคโดยรอบ ด้วยระบบคมนาคมที่สะดวก ธุรกิจท้องถิ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง วัฒนธรรมไทย-จีนอันโดดเด่น และชื่อเสียงด้านอาหารสตรีทฟู้ดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 116 ห้อง รองรับนักเดินทางหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่นักเดินทางเดี่ยว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวและกลุ่มเพื่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอาหารเปิดให้บริการตลอดวัน คาเฟ่และบาร์ พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-working Space) ห้องประชุม และฟิตเนสเซ็นเตอร์ โดยได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการพบปะเชื่อมโยงระหว่างผู้เข้าพักและคนในท้องถิ่น

ส่วนโรงแรมอาศัย ป่าตอง ภูเก็ต จะนำแนวคิดการเข้าพักที่เชื่อมโยงกับชุมชนของแบรนด์อาศัยสู่จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกที่ได้รับความนิยมจากนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งอยู่ใจกลางย่านป่าตอง ห่างจากหาดป่าตองเพียง 5 นาที และใช้เวลาเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีห้องพักประมาณ 85 ห้อง พร้อมคาเฟ่และพื้นที่สังสรรค์ตามแนวคิด Eat / Work / Play ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า และฟิตเนสเซ็นเตอร์
การออกแบบโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตริมชายหาด วัฒนธรรมอาหาร แหล่งบันเทิง และพลังสร้างสรรค์ของย่านป่าตอง เพื่อมอบมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวภูเก็ตให้แก่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์นอกเหนือจากการพักผ่อนในรีสอร์ตแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ แบรนด์ “อาศัย” ยังเดินหน้าขยายการเติบโตในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิด อาศัย กามูด้า โคฟ ประเทศมาเลเซีย ในไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งจะเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ในประเทศมาเลเซีย ก่อนขยายสู่ประเทศฟิลิปปินส์ด้วยโครงการ อาศัย ออสลอบ เซบู ในช่วงปลายปี 2570 และ อาศัย คามายา โคสต์ ในช่วงปลายปี 2571
ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีมีแบรนด์โรงแรมในเครือรวม 9 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมหรู รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ โรงแรมไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงโรงแรมในเมืองที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยมีโรงแรมและรีสอร์ตเปิดให้บริการแล้ว 50 แห่ง ใน 19 ประเทศ รวมถึงวิลล่าหรูภายใต้การบริหารของและ อีลิธฮาเวนส์ (Elite Havens) กว่า 237 แห่ง ทั่วภูมิภาคเอเชีย และยังมีโครงการโรงแรมและรีสอร์ตอีกมากกว่า 50 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศทั่วโลก