ญี่ปุ่น ลุยส่งออกลีกกีฬา วอลเลย์ฯ-บาสฯ-ปิงปอง เจาะเอเชีย
คอลัมน์ : Market Move
วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และปิงปอง กำลังกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ส่งออกใหม่ล่าสุดของญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นพยายามปั้นลีกกีฬาเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ หวังต่อยอดสร้างรายได้ทั้งจากบัตรเข้าชม เม็ดเงินสปอนเซอร์ รวมถึงการอัพโพซิชั่นไปกระทบไหล่ลีกระดับโลกอย่าง NBA
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังผลักดันลีกกีฬาอย่าง วอลเลย์บอล SV.League, ปิงปอง T.League และบาสเกตบอล B.League ด้วยการเดินสายจัดการแข่งขันในต่างประเทศ อาทิ ไทย ไต้หวัน และจีน รวมถึงดึงนักกีฬาดังจากต่างประเทศมาเข้าร่วมทีมเพื่อขยายฐานผู้ชม
โดยวอลเลย์บอล SV.League เตรียมจัดการแข่งฤดูกาลปัจจุบันในกรุงเทพฯ ซึ่งทีมหญิง ซากะ ฮิซามิตสึ สปริงส์ และอาลีซา ไอจิ จะพบกันในเดือนตุลาคม ส่วนทีมชายโอซากา บลูเตียน และโวเรียส ฮอกไกโด จะแข่งขันกันในเดือนมกราคม
การข้ามน้ำข้ามทะเลมาจัดการแข่งขันในไทยนี้ เนื่องจากวอลเลย์บอลญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะในไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอิทธิพลของซอฟต์พาวเวอร์อย่างอนิเมะวอลเลย์บอลเรื่อง “ไฮคิว!!” ทำให้ความนิยมของกีฬาวอลเลย์บอลพุ่งสูงขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังมีนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันใน SV.League ด้วยช่วยให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“มาซาอากิ โอคาวะ” ประธานของ SV.League ย้ำความเชื่อมั่นว่า วอลเลย์บอล SV.League มีศักยภาพในการส่งออกไปยังตลาดเอเชียสูง ด้วยหนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญอย่างการที่แฟน ๆ สามารถรับชมการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับสูงซึ่งมีนักกีฬาระดับท็อปจากยุโรปและอเมริกาเข้าร่วมแบบสด ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความแตกต่างของเวลามากนัก
ด้าน T.League นั้นเป็นลีกปิงปองชั้นนำของญี่ปุ่น จะจัดการแข่งขันในต่างประเทศครั้งแรกที่เมืองซินจูทางตะวันตกเฉียงเหนือของไต้หวัน ประเดิมด้วยนัดเปิดฤดูกาลทั้งประเภทชายและหญิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยบัตรเข้าชมประมาณ 6,000 ใบที่จำหน่ายเมื่อเดือนเมษายน ขายได้เกือบหมดตั้งแต่วันแรก
ทั้งนี้ฤดูกาลที่แล้ว T.League มีผู้ชมทั้งประเภทชายและหญิงเฉลี่ย 643 คนต่อแมตช์ สำหรับแมตช์ในไต้หวันนั้นมีแม็กเนตสำคัญเป็น “หลิน หยุนจู” นักกีฬาชาวไต้หวันจากทีมชายคิโนชิตะ ไมสเตอร์ โตเกียว
“ทาคายูกิ คุริยามะ” เลขาธิการทั่วไปของ T.League อธิบายว่าข้อเสนอสำหรับการจัดงานนี้มาจากฝั่งไต้หวันเมื่อประมาณเดือนมกราคม 2025 โดยหลินเป็นที่รู้จักกันดีในไต้หวันซึ่งปิงปองเป็นกิจกรรมยอดนิยม แต่การแข่งขันระดับนานาชาติขนาดใหญ่กลับไม่ค่อยได้จัดขึ้นในไต้หวัน และเกาะแห่งนี้ยังไม่มีลีกระดับมืออาชีพของตนเองด้วย
นอกจากจะดึงดูดผู้ชมแล้ว หลินยังช่วยให้ลีกได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ปิงปองในท้องถิ่น ขณะที่ตัวเลขยอดขายตั๋วที่สูงกระตุ้นให้เกิดเสียงเรียกร้องให้จัดการแข่งขันฤดูกาลต่อ ๆ ไปในไต้หวัน โดย T.League มีผู้เล่นจาก 21 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วม โดยหลายคนมาจากประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย
“คุริยามะ” กล่าวว่า ด้วยการสร้างตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้หวังว่าประเทศอื่น ๆ จะติดต่อเข้ามาเช่นกัน และจะเกิดกระแสการขยายธุรกิจไปต่างประเทศในวงกว้างมากขึ้น
ส่วนลีกบาสเกตบอลชาย B.League ของญี่ปุ่นมีกำหนดจัดการแข่งขันนัดกระชับมิตรในต่างประเทศครั้งแรกที่จัดโดยลีกเองในเดือนกันยายน ที่กรุงมะนิลา การแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์บุกภูมิภาคเอเชียของลีก
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2020 B.League สร้างหมวดหมู่พิเศษสำหรับผู้เล่นชาวเอเชียโดยมี 14 ประเทศและภูมิภาคที่มีสิทธิเข้าร่วม พร้อมอนุญาตให้สโมสรเซ็นสัญญากับผู้เล่นเหล่านี้แยกต่างหากจากโควตาผู้เล่นต่างชาติปกติได้ โครงการนี้ช่วยดึงดูดผู้เล่นที่มีพรสวรรค์จากทั่วเอเชีย
โดยในฟิลิปปินส์ซึ่งกีฬาบาสเกตบอลได้รับความนิยมสูงนั้นเป็นประเทศแรกที่มีผู้เล่นได้โควตาในประเภทใหม่นี้
เนื่องจากขนาดการดำเนินงานของสโมสรบาสเกตบอลขยายตัวและค่าจ้างของผู้เล่นสูงขึ้น ดาวเด่นชาวฟิลิปปินส์จึงทยอยเข้ามาเล่นในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเลววานกา ฮอกไกโด และกุนมะ เครน ธันเดอร์ส ซึ่งเป็นทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่มะนิลา ต่างก็มีสมาชิกจากทีมชาติฟิลิปปินส์รวมอยู่ด้วย
สำหรับการแข่งในกรุงมะนิลานั้น ราคาบัตรเข้าชมเริ่มต้นที่ 180 เปโซ และมีบริษัทสาขาในท้องถิ่นของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า มอเตอร์ และยันมาร์ เป็นสปอนเซอร์
โดยตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา B.League จัดการแข่งขันระดับรากหญ้าในฟิลิปปินส์ และสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นถ่ายทอดสดการแข่งประมาณ 70 เกมต่อปี จนผลสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่าบีลีกเป็นที่รู้จักในฟิลิปปินส์ใกล้ถึง 70% แล้ว
“นาโอยะ โอคาโมโตะ” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของ B.League กล่าวว่า ลีกตั้งเป้าหมายสูงสุดที่จะเป็นการแข่งขนาดใหญ่ซึ่งเป็นรองเพียง NBA เท่านั้น แต่ตอนนี้ยังขาดภาพลักษณ์ในฐานะลีก “ที่ดีที่สุดในโลก” อยู่ จึงต้องการแนวทางที่แตกต่างออกไปที่จะเปลี่ยนจากการเป็นที่รู้จักให้กลายเป็นความนิยม
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนเป้าหมายของญี่ปุ่นที่พยายามปั้นกีฬาอื่น ๆออกสู่ระดับนานาชาติ หลัง J.League หรือลีกฟุตบอล เป็นที่รู้จักมานานแล้ว