‘เรดิสันโฮเทล’ ขยายพอร์ต เซาท์อีสต์เอเชีย 89 โรงแรม
“เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป” ชี้ภูมิภาคเซาท์อีสต์เอเชียศักยภาพสูง มุ่งกลยุทธ์ขยายธุรกิจแบบเจาะลึกรายตลาด สอดรับกับความต้องการของนักเดินทาง-เจ้าของโรงแรม ทั้งกลุ่มธุรกิจ การพักผ่อน การประชุม การเข้าพักระยะยาว เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอในตลาดหลักทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไทย อินโดนีเซีย
นายรามซี เฟนิโอโนส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โรงแรมเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป (Radisson Hotel Group : RHG) เปิดเผยว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Pacific) เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยมีการเปิดตัวและการลงนามสัญญาใหม่ต่อเนื่องร่วมกับทั้งพันธมิตรรายเดิมและรายใหม่ เพื่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ตที่มีความโดดเด่นและเหมาะสมกับจุดหมายปลายทาง
นายรามซีกล่าวว่า กลุ่มโรงแรมเรดิสันยังคงมุ่งเน้นดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาโครงการด้วยความเชี่ยวชาญแบบเจาะลึกรายตลาด (Market-specific Development Strategy) เพื่อให้สอดรับกับตลาดและความต้องการของเจ้าของโรงแรม และสนับสนุนการเติบโตในเมืองหลักที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ จุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อน และตลาดเกิดใหม่ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสามารถของกลุ่มในการรองรับความต้องการด้านธุรกิจ การพักผ่อน การประชุม และการเข้าพักระยะยาว

โดยเวียดนามยังคงเป็นตลาดการเติบโตที่สำคัญ ได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในการท่องเที่ยวพักผ่อน การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ ปัจจุบันกลุ่มมีโรงแรมเปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการพัฒนา 14 แห่ง มีห้องพักรวมกว่า 3,100 ห้อง โดยความคืบหน้าที่สำคัญคือการเปิดให้บริการเรดิสัน บลู โฮเต็ล ฮาลองเบย์ ขนาด 352 ห้อง และเตรียมเปิดตัวเรดิสัน โฮเต็ล เวสต์เลค ฮานอย (ขนาด 182 ห้อง ในปี 2571)
ส่วนในประเทศฟิลิปปินส์กลุ่มโรงแรมเรดิสันยังคงต่อยอดขยายพอร์ตโฟลิโอร่วมกับพันธมิตรระยะยาวอย่าง SM Hotels and Conventions Corp. (SMHCC) ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 8 แห่ง จำนวน 1,559 ห้อง และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 17 แห่ง จำนวน 3,762 ห้อง โดยตั้งเป้าผลักดัน 7 จาก 10 แบรนด์ในเครือเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ภายในปี 2573 พร้อมเปิดตัวโรงแรมใหม่ เช่น LIME Resort Bohol (ภายใต้ Radisson Individuals Premier แบรนด์แรกใน APAC) และ Radisson RED Cebu Mandaue
โดยโครงการสำคัญที่อยู่ในไปป์ไลน์คือ เรดิสัน และพาร์ค อินน์ โดย เรดิสัน เอสเอ็ม มอลล์ ออฟ เอเชีย โรงแรมแบรนด์คู่ขนาด 500 ห้อง, เรดิสัน เรด มัคตัน เซบู รีสอร์ท รีสอร์ตริมชายหาดไลฟ์สไตล์ขนาด 138 ห้อง, เฟรดเดส์ โบราณ, เออ เรดิสัน คอลเลกชัน รีสอร์ท รีสอร์ตไลฟ์สไตล์หรูหราขนาด 110 ห้อง, เรดิสัน คราวน์ รีเจนซี่ แกรนด์ พาราไดส์ รีสอร์ท โบโฮล รีสอร์ตขนาด 558 ห้อง, เรดิสัน บลู โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนเซส คากายัน เดอ โอโร ซึ่งประกอบด้วยห้องพักโรงแรม 340 ห้อง และเรสซิเดนซ์ 377 ยูนิต
กลุ่มเรดิสันกรุ๊ปยังเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น กลุ่มประเทศออสตราลาเซีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์) โดยเสริมแกร่งตลาดในออสเตรเลียด้วย The Merchant Hotel (บริสเบน) และ Canterbury International Hotel Melbourne (เมลเบิร์น) รวมถึงรุกตลาดนิวซีแลนด์ด้วย Radisson RED Auckland และแผนเปิดตัว Radisson RED Hotel Queenstown ปลายปี 2571 พร้อมเพิ่มรีสอร์ตใหม่ในฟิจิและซามัว
สำหรับประเทศไทยนั้นได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการเปิดให้บริการเรดิสัน บลู รีสอร์ท ภูเก็ต ไม้ขาว และเรดิสัน รีสอร์ท ภูเก็ต ลายัน และเตรียมเปิดเรดิสัน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ราไวย์ ภูเก็ต ขนาด 118 ห้อง ในปี 2572 เพื่อรองรับตลาดการเข้าพักระยะยาว (Long Stay)
ส่วนอินโดนีเซียได้ลงนามพัฒนาโครงการ แอนตา โฮเต็ล บาหลี คังงู (สมาชิกของ Radisson Individuals) นำเสนอเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 116 ห้อง ในย่านคังงู บาหลี ในปี 2570
“ความสำเร็จทั้งประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมถึงพอร์ตโฟลิโอในออสตราลาเซียที่เติบโตขึ้น และการพัฒนาใหม่ ๆ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มในการสร้างแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่สมดุล” นายรามซีกล่าว
นายรามซีกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงแรมเรดิสันมีโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอรวม 89 แห่ง และห้องพักมากกว่า 17,000 ห้อง ครอบคลุมตั้งแต่หัวเมืองใหญ่ รีสอร์ตตากอากาศ ไปจนถึงโครงการมิกซ์ยูสทั่วภูมิภาค