อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
เดกซ์มั่นใจธุรกิจอนิเมะไทยยังแกร่ง หลังวัยทำงาน Gen Y / Z พร้อมจับจ่ายของสะสม-ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ-อีเวนต์ ANIMONIUM 2026 เดือนก.พ. สำเร็จเกินคาด ต่อยอดโนว์ฮาวปั้นธุรกิจอีเวนต์ต่อเนื่องทั้งนิทรรศการ, คาเฟ่ธีมอนิเมะ, พ็อปอัพสโตร์ ดึงแฟนคลับไทย-เทศ ประเดิมงานใหญ่ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนันครบรอบ 30 ปี” ปักหมุดไอคอนสยาม ลากยาวถึงพฤศจิกายน ปี’69 ตั้งเป้าผู้ชมแตะ 50,000 คน มั่นใจสิ้นปี’69 รายได้โต 20% ก่อนมุ่งสู่ 500 ล้านบาทใน 3 ปี
นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดรีม เอกซ์เพรส จำกัด หรือเดกซ์ (DEX) กล่าวว่า ธุรกิจอนิเมะในไทยและทั่วโลกเติบโตขึ้นมาก โดยได้รับการยอมรับในวงกว้างทั้งจากกลุ่มเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยกลางคน กระแสการยอมรับนี้สะท้อนชัดเจนจากการใช้ภาพการ์ตูนในสื่อต่าง ๆ เช่น ป้ายรณรงค์, ป้ายโฆษณา ฯลฯที่พบเห็นได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากในอดีตที่คนทั่วไปมักมองการใช้ภาพการ์ตูนนั้นทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ
ปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจากความแพร่หลายของเกมมือถือ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ที่ทำให้คอนเทนต์อนิเมะเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีตมาก เช่นเดียวกับการผลักดันจากเจ้าของลิขสิทธิ์มังกะและอนิเมะในญี่ปุ่นซึ่งต่างเดินหน้าส่งผลงานออกสู่ตลาดโลก
โดยกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจอนิเมะจะเป็นวัยทำงาน ทั้ง Gen Y และ Gen Z เนื่องจากมีกำลังซื้อสูงสุดในการจับจ่ายสินค้าอนิเมะ เนื่องจากเป็นวัยที่เริ่มทำงาน หรือทำงานมาระยะหนึ่งจึงมีรายได้เป็นของตนเองแล้ว และยินดีจ่ายเพื่อสะสมสินค้าที่ตนเองชื่นชอบทั้งในปัจจุบันและเติมเต็มความชื่นชอบในวัยเด็ก
ทั้งนี้ดีมานด์ของแต่ละช่วงอายุจะแตกต่างกัน โดยกลุ่มที่เพิ่งเริ่มมีรายได้มักจะต้องการสินค้าที่เอ็กซ์คลูซีฟมาก ๆ แต่จำเป็นต้องเลือกซื้อเฉพาะบางชิ้นเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้สินค้าลิมิเต็ดที่ผลิตในประเทศมักจะขายดีและตอบโจทย์กลุ่มนี้
ด้านกลุ่มเด็กและวัยรุ่นแม้จะยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองทั้งหมด แต่ก็มีกำลังซื้อที่มาจากการสนับสนุนของครอบครัว เช่น พ่อแม่ คุณปู่ คุณย่า หรือญาติผู้ใหญ่ ที่ยินดีซื้อสินค้าให้ ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงนั้นแน่นอนว่าพร้อมที่จะเปย์และกวาดซื้อสินค้าทุกอย่างที่ต้องการโดยแทบไม่ต้องเลือก
“แม้จะเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่งบประมาณในการใช้จ่ายก็จะมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่และกลุ่มลูกค้า เช่น การจัดงานในห้างสรรพสินค้าอย่างไอคอนสยาม จะดึงดูดกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูงได้ค่อนข้างมาก ในขณะที่หากจัดงานในสถานที่อื่นจะมีกำลังซื้อที่ลดหลั่นลงมา”
แฟนอนิเมะมุ่งประสบการณ์
นายกฤษณ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากสินค้าที่จับต้องได้อย่างหนังสือ, ดีวีดี, ของใช้ ของสะสมแล้ว อีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงในธุรกิจอนิเมะ คือ “ประสบการณ์” โดยเฉพาะประสบการณ์ที่กลุ่มแฟนอนิเมะสามารถมีร่วมกันได้ เช่น งานอีเวนต์, งานนิทรรศการ, คอลแลบส์คาเฟ่ ฯลฯ ซึ่งบรรดาแฟนอนิเมะต้องการและยินดีลงทุนเพื่อให้ได้สัมผัส
เห็นได้จากผลตอบรับของงาน ANIMONIUM 2026 ที่บริษัทจัดเมื่อวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด ด้วยจำนวนผู้ร่วมงาน 3 วันรวมกว่า 12,000 คน ส่วนบริษัทได้พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจรายใหม่หลายราย ขณะที่พาร์ตเนอร์ของงานทั้งฝั่งไทยและญี่ปุ่นต่างแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมงานในปี 2570 อีกครั้ง
“การนำคอนเทนต์ที่หาชมได้ยากในไทย เช่น งานของ TOHO Animation หนึ่งในสตูดิโออนิเมะรายใหญ่และเก่าแก่ของญี่ปุ่น เข้ามาจัดแสดงนั้นได้รับความสนใจจากแฟน ๆ อย่างล้นหลามจนทำให้ของแจกไม่พอ และทีมงานต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากัน”
รวมถึงการที่ในไทยมีงานเกี่ยวกับมังกะและอนิเมะทั้งขนาดใหญ่-เล็กจากผู้จัดรายอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี จนเรียกได้ว่าการสร้างประสบการณ์ด้านอนิเมะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สร้างรายได้ของธุรกิจอนิเมะในปีนี้
ปั้นธุรกิจอีเวนต์-ดิจิทัล
นายกฤษณ์กล่าวว่า เพื่อรับเทรนด์ความต้องการประสบการณ์ และต่อยอดโนว์ฮาวจากความสำเร็จของงาน ANIMONIUM 2026 รวมถึงมุ่งสู่เป้าหมายรายได้ปี’69 เติบโต 20% จากรายได้ 300 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ช่วงครึ่งหลังของปี’69 นี้ ดรีม เอกซ์เพรส จะโฟกัสกับธุรกิจอีเวนต์ที่เน้นสร้างประสบการณ์ร่วมและให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริง เช่น งานนิทรรศการ, คาเฟ่ธีมอนิเมะ และพ็อปอัพสโตร์
ควบคู่กับธุรกิจดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์ม YouTube, e-Commerce รวมถึงบริการสตรีมมิ่งอย่าง Flixer ที่จะมีคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟเข้ามาฉาย โดยบริษัทเพิ่มจำนวนทีมงานขึ้นหลังประเมินว่าธุรกิจในกลุ่มดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ทั้งนี้คาดว่ารายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20-30% ของรายได้บริษัท
ขณะเดียวกันช่วง 5 เดือนท้ายของปี’69 นี้ยังมีคิวนำภาพยนตร์อนิเมะจอเงินเข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ของไทยอีก 3 เรื่อง
“การจัดอีเวนต์และดิจิทัลถือเป็นธุรกิจใหม่ของเดกซ์ และเป็นเซ็กเมนต์ที่การแข่งขันไม่ดุเดือดนัก แม้จะมีงานอื่น ๆ ในไทยแต่เป็นการเกื้อหนุนช่วยกันสร้างความคึกคักมากกว่า เพราะญี่ปุ่นผลิตอนิเมะเรื่องใหม่ออกมา 70-80 เรื่อง/ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 20 เรื่องในทุกไตรมาส ทำให้มีวัตถุดิบและเรื่องราวใหม่ ๆ หมุนเวียนเข้ามาให้ผู้จัดสามารถสร้างอีเวนต์ได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องจัดงานแข่งกัน”
ปักธงบิ๊กอีเวนต์โคนัน 30 ปี
นายอรรถพร นะมาตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท ดรีม เอกซ์เพรส จำกัด (DEX) อธิบายว่า อีเวนต์ใหญ่แรกของช่วงครึ่งหลังปี’69 นี้จะเป็นงานนิทรรศการยอดนักสืบจิ๋วโคนันครบรอบ 30 ปี (Detective Conan 30th Anniversary TV Series Exhibition) ขนาดพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ที่ Attraction Hall ชั้น 6 ICONSIAM ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.
สำหรับงานนิทรรศการยอดนักสืบจิ๋วโคนันครบรอบ 30 ปีนี้ บริษัทใส่ไฮไลต์ที่จะเป็นแม็กเนตดึงดูดผู้ชมหลายรูปแบบ ตั้งแต่ตัวงานซึ่งนำมาจัดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก, บัตรเข้างานที่ออกแบบให้เป็นของสะสมด้วยการมีลายต่างกัน 31 ลาย และการแบ่งแพ็กเกจบัตรเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ 250, 500 และ 900 บาท ซึ่งจะมีของแถมพรีเมี่ยมมาก-น้อยแตกต่างกันตามระดับราคา ประกอบด้วย บัตรเข้าชมลายพิเศษแบบสุ่ม, อะคริลิกฉลองครบรอบ 30 ปี, “กุหลาบพรีเมี่ยม 1 ดอก” ซึ่งจัดทำขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 ชุดทั่วโลก, โปสเตอร์ลายพิเศษ, เข็มกลัดลิมิเต็ดเอดิชั่น และแว่นขยาย 1 ชิ้น
ส่วนภายในงานมีโซนสตอรี่บอร์ดรวบรวมไฮไลต์สตอรี่บอร์ดจากฉากสำคัญ ๆ ตลอด 30 ปีมาจัดแสดงให้เห็นถึงที่มาที่ไปของภาพเหล่านั้น ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน โซนพากย์เสียงแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ โซน Thank You Theater ฉายคลิปพิเศษที่ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อนเช่นกันเป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีโซนขายของสะสม ซึ่งแบ่งเป็นฟรีแอเรียที่คนทั่วไปสามารถเดินเข้ามาซื้อของสินค้าทั่วไปได้ และเอ็กซ์คลูซีฟแอเรีย สำหรับผู้ที่มีบัตรเข้าชมงานเท่านั้น และมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟวางขาย เพื่อให้บริการทั้งผู้ชมทั่วไปและผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชม รวมถึงจูงใจให้ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าทั่วไปเพิ่มกลับมาซื้อได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องซื้อบัตรเข้าชมอีกรอบ
ส่วนการเลือกจัดที่ ICONSIAM นั้น นอกจากการมีพื้นที่กว้างขวางและเดินทางได้หลายรูปแบบแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการในวันธรรมดา ทำให้มีโอกาสดึงดูดลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเสริมกับชาวไทยที่จะมาในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นหลัก นอกจากนี้ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ของ ICONSIAM ยังเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูงและพร้อมจะใช้จ่ายจึงตอบโจทย์การจำหน่ายของสะสมและสินค้าภายในงานด้วย
ตั้งเป้าผู้ร่วมงาน 50,000 คน
โดยบริษัทตั้งเป้าผู้ร่วมงานนิทรรศการยอดนักสืบจิ๋วโคนันครบรอบ 30 ปี ไว้ที่ประมาณ 50,000 คน แบ่งเป็นชาวไทย 60-70% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30-40% ด้านรายได้จะมาจากบัตรเข้าชม 50% และการขายสินค้าอีก 50%
“ยอดนักสืบจิ๋วโคนันนับเป็นไอพีที่มีศักยภาพ ทั้งด้วยความโด่งดังต่อเนื่องตลอด 30 ปีจึงมีแฟนหลายรุ่นอายุ การมีภาพยนตร์ภาคใหม่เข้าโรงทุกปีและยอดผู้ชมบนยูทูบที่อยู่ในระดับแสนตลอด ดังนั้นความท้าทายจึงอยู่ที่การเลือกจังหวะจัดงานไม่ให้ชนงานอื่น การหาทำเลที่ทราฟฟิกสูงและการผลักดันของเจ้าของสถานที่ ซึ่งบริษัทต่างวางกลยุทธ์มารับมือความท้าทายเหล่านี้แล้ว”
ต่อยอดรุกอาเซียน
นายกฤษณ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากในไทยแล้วการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนเป็นหนึ่งในเป้าหมายระยะยาวที่บริษัทให้ความสำคัญเช่นกัน ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในตัวลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่น นำคอนเทนต์ที่มีศักยภาพเหล่านี้ไปต่อยอดและขยายตลาดในแต่ละประเทศ เช่น เวียดนามที่มีจำนวนประชากรระดับ 100 ล้านคน และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ ทำให้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าชาวเวียดนามจะมีฐานะทางการเงินและเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ทั้งนี้มั่นใจว่าปี 2569 นี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้เติบโต 20% ได้แน่นอน พร้อมเดินหน้ามุ่งสู่เป้ารายได้แตะ 500 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นจังหวะครบรอบ 30 ปีของดรีม เอกซ์เพรสด้วย