เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

หุ่นยนต์ผ่าตัด-เอไอระอุ “โซนี่-ฮิตาชิ” ชิงเค้กเครื่องมือแพทย์

06 ม.ค. 2563 | 13:11น.
ปี 2563 นี้วงการธุรกิจเครื่องมือแพทย์มีแนวโน้มจะร้อนแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากสิทธิบัตรเกี่ยวกับหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดหลายใบที่ถือครองโดย “อินทุยทีฟ เซอร์จิคอล” (intuitive surgical) บริษัทสัญชาติสหรัฐผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายเทคโนโลยี-อุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดที่จะทยอยหมดอายุการคุ้มครอง ทำให้ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์รายอื่น ๆ สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาต่อยอดผลิตเป็นสินค้าและนำออกขายได้โดยอิสระ


สำนักข่าวนิกเคอิ รายงานถึงแนวโน้มความร้อนแรงในตลาดเครื่องมือแพทย์นี้ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์หลายราย อาทิ โอลิมปัส คาวาซากิ รวมไปถึงบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่างโซนี่ และอัลฟาเบต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิลต่างแสดงท่าทีสนใจจะใช้โอกาสนี้โดดรวมแข่งขันในวงการเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ ปัจจุบันเซ็กเมนต์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนั้นมีระบบ “ดาวินชี่” (da Vinci) ของบริษัท อินทุยทีฟ เซอร์จิคอล เป็นผู้นำตลาดเนื่องจากจุดเด่นเรื่องการใช้งานง่ายและการควบคุมระยะไกลที่ปรับแต่งได้ละเอียด โดยนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2542 บริษัทสามารถขายระบบดาวินชี่ไปแล้วกว่า 54 ล้านเครื่อง และเพียงแค่ปี 2561 ปีเดียวระบบนี้มีส่วนในการผ่าตัดมากกว่า 10 ล้านครั้งทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ระบบดาวินชี่ยังมีจุดอ่อนเรื่องราคาที่สูงถึงประมาณ 1.37-2.75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 41.5-83 ล้านบาทสำหรับค่าระบบเพียงอย่างเดียว และหากรวมค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์สิ้นเปลืองเข้าไปด้วยจะมีค่าใช้จ่ายอีกปีละไม่น้อยกว่า 9 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.7 ล้านบาท เช่นเดียวกับการควบคุมซึ่งยังต้องพึ่งมนุษย์ในทุกขั้นตอน

จุดอ่อนด้านราคา การใช้มนุษย์ควบคุม และสิทธิบัตรด้านการออกแบบและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวที่กำลังจะหมดอายุในปีนี้ เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้เล่นรายอื่นทั้งในและนอกวงการหันมาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตตัวหุ่นยนต์และระบบเอไอเพื่อควบคุมหุ่นยนต์แทนมนุษย์

โดย “โอลิมปัส” หนึ่งในผู้ผลิตกล้องดิจิทัลและเครื่องมือแพทย์รายใหญ่ ได้จับมือกับพันธมิตรหลายราย เช่น ศูนย์โรคมะเร็งแห่งชาติ เพื่อพัฒนาระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ต่อยอดจากโนว์ฮาวด้านกล้องตรวจภายในซึ่งเป็นสินค้าไฮไลต์ของบริษัท หุ่นยนต์นี้จะเป็นแขนกลที่ต่อกับกล้องส่งภายในควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แพทย์ในระหว่างผ่าตัด เช่น หาจุดเลือดออกและห้ามเลือด รวมถึงหาตำแหน่งเนื้องอก พร้อมเป้าหมายที่จะลดการพึ่งพาแพทย์ผู้ควบคุมกล้องส่องภายในได้ภายในปี 2567

“มาซาอากิ อิโต้” หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และเทคโนโลยีการผ่าตัด จากโรงพยาบาลของศูนย์โรคมะเร็งแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น อธิบายว่า ข้อได้เปรียบหลักของเอไอคือการสามารถเข้าถึงข้อมูลการแพทย์จำนวนมหาศาล อาทิ ภาพถ่าย และเทคนิคการผ่าตัด ช่วยให้สามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้แม่นยำ เช่น การระบุตำแหน่งเนื้องอกและกระบวนการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมถึงยังสามารถลงมีดได้แม่นยำในแบบเดียวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

ด้าน “คาวาซากิ” จับมือบริษัทด้านเฮลท์แคร์ “ซิสเม็กซ์” (Sysmex) ตั้ง “เมดิก้ารอยด์” (Medicaroid) เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์สำหรับอำนวยความสะดวกในการผ่าตัด โดยมีกำหนดเปิดตัวหุ่นยนต์ภายในเดือน เม.ย. ตามด้วยปัญญาประดิษฐ์ในครึ่งแรกของปี 2563 นี้

ส่วน “โซนี่” จะใช้โนว์ฮาวด้านเซ็นเซอร์รับภาพ และเอไอจากธุรกิจผลิตกล้องดิจิทัลและหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงไอโบ (Aibo) มาต่อยอด โดยเมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์รายนี้ได้เปิดตัวระบบจัดการภาพจากอุปกรณ์ในห้องผ่าตัด ซึ่งบริษัทหวังจะต่อยอดไปเป็นระบบวิเคราะห์ภาพด้วยเอไอ เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่าตัดในอนาคต ไปในทิศทางเดียวกับฮิตาชิ ซึ่งเตรียมเปิดตัวห้องผ่าตัดอัจฉริยะ หรือ “สมาร์ทโอเปอเรติ้งรูม” (smart operating room) ในปีนี้ มีจุดขายเป็นความสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องผ่าตัดเข้าด้วยกัน และในอนาคตจะเพิ่มเอไอเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลด้วย

สำหรับอัลฟาเบตนั้นกำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดผ่านการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” ผู้ผลิตยาและอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ ปัจจุบันสามารถสร้างหุ่นยนต์รุ่นต้นแบบได้แล้ว และมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทใหญ่ทั่วโลกอีกหลายแห่งต่างเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทด้านเอไอและหุ่นยนต์มาเสริมทัพเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันนี้ ไม่ว่าจะเป็นซีเมนส์ เฮลท์แคร์ ซึ่งทุ่มเงิน 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อกิจการบริษัทผลิตหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนเมษายน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ควักเงิน 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อกิจการ “อูริส เฮลท์” บริษัทผลิตหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้องส่งภายในไป จากความเคลื่อนไหวเหล่านี้ค่อนข้าง

ชัดเจนว่าเซ็กเมนต์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดและเอไอ จะเป็นอีกหนึ่งสนามแข่งขันที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จะเข้าฟาดฟันกันในปี 2563 นี้