Skip to content

“บีบีจีไอ” ลุยโปรดักต์สุขภาพ ทุ่มลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต

18 มี.ค. 2565 | 14:50น.
“บีบีจีไอ” ลุยโปรดักต์สุขภาพ ทุ่มลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต

บีบีจีไอมุ่งขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เดินหน้าหาพันธมิตรร่วมลงทุนโรงงานพันล้าน เสริมกำลังผลิตสินค้ารับดีมานด์ตลาดสุขภาพ-สูงวัย ชูผลิตภัณฑ์ เอนไซม์-คอลลาเจน-เวย์โปรตีน-โปรตีนทางเลือก เป็นหัวหอกเสริมทัพสินค้าสุขภาพ เล็งเปิดตัวสินค้าใหม่ครึ่งปีหลัง พร้อมวางเป้า 5 ปีผลิตภัณฑ์ชีวภาพสร้างรายได้ 50% ของรายได้รวม

นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ปัจจุบันจากแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ชีววิทยาสังเคราะห์ (synbio) ที่กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยน้ำตาลให้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง (High Value Bio-Based Products-HVP) อาทิ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล สารไล่ยุง น้ำยาล้างสารพิษในผัก

ส่วนประกอบของเครื่องสำอาง-ยา ฯลฯ ประกอบกับในแง่ของกระบวนการผลิตที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่น รวมถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลผลิตที่ตลาดมีความต้องการสูง

อาทิ สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลที่ปัจจุบันผู้ผลิตเครื่องดื่มทั่วโลกหันมาใช้มากขึ้น ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นเป็นตลาดที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ประกอบกับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายอื่น

บริษัทจึงมีนโยบายที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการรุกธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการผลิตและจัดจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซล โดยวางเป้าระยะ 5 ปี ให้รายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจนี้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% ของรายได้รวม

โดยมีแผนจะทำธุรกิจนี้แบบครบวงจร ทั้งการวิจัยพัฒนา ผลิต การทำตลาด รวมถึงมีบริการรับพัฒนา-ผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ให้ผู้ประกอบการรายอื่นด้วย โดยได้จับมือกับบริษัท Manus Bio Inc. บริษัทสัญชาติสหรัฐ

ซึ่งมีเทคโนโลยี synbio จัดตั้งบริษัท วิน อินกรีเดียนส์ จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงของ Manus เช่น สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลแบรนด์นิวทราสวีท (NutraSweet) และทำตลาดในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเตรียมสร้างโรงงานพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง (Contract Development and Manufacturing Organization-CDMO) เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

เช่น เอนไซม์, คอลลาเจน, เวย์โปรตีนจากนม, โปรตีนจากไข่ ตลอดจนผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก ทั้งของบริษัทเองและการรับจ้างผลิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างคุยกับพันธมิตร 2-3 รายที่มีความชำนาญและสนใจลงทุนในประเทศไทย

คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งอาจอยู่ในพื้นที่เดิมของบริษัทที่มีอยู่หลายจังหวัด เช่น ฉะเชิงเทรา หรือพื้นที่ใหม่ที่มีศักยภาพ

โดยในส่วนของไลน์อัพสินค้าบริษัทจะเน้นกลุ่มสุขภาพทั้งอาหารและของใช้ในบ้าน อาทิ สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล แบรนด์นิวทราสวีท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จุลินทรีย์โปรไบโอติก

รวมถึงน้ำยากำจัดสารพิษในผักและยากันยุง ซึ่งอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยจะใช้ชื่อแบรนด์บี เนเจอร์พลัส (B Nature+) เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดตัวและวางจำหน่ายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง และมีเป้าเหมายที่จะมีสินค้าครบ 10 ตัวภายในปี 2565

ซีอีโอ บมจ.บีบีจีไอย้ำว่า สำหรับกลยุทธ์สำคัญของปีนี้หลัก ๆ จะเดินหน้าขยายตลาดด้วยการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้รักสุขภาพและผู้บริโภควัยกลางคนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไบโอชีวภาพ