Skip to content

ลำดับความสำคัญ

12 เม.ย. 2565 | 14:23น.
ลำดับความสำคัญ
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ใครจะไปนึกว่าปัญหาเรื่อง “ลอตเตอรี่”ขายเกินราคา 80 บาทจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของรัฐบาลยิ่งกว่าหมูแพง-ไข่แพง-น้ำมันแพง ฯลฯ

“ลอตเตอรี่” กลายเป็นสินค้าจำเป็นมากกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ

เหมือนกับว่าตรึงราคาลอตเตอรี่ได้เมื่อไร อัตราเงินเฟ้อจะลดลงทันที

ทั้งที่ “ลอตเตอรี่” ไม่ใช่สินค้าจำเป็น

ไม่ได้ทำให้ท้องอิ่ม ไม่ได้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า
แต่เป็น “สินค้าความหวัง”

คนซื้อลอตเตอรี่ คือ คนที่อยากรวยเร็ว

ถ้าเป็นคนจน เขาซื้อลอตเตอรี่เพราะหวังจะเปลี่ยนชีวิต

ทุกคนที่ซื้อ ไม่มีใครคิดแค่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว

ส่วนใหญ่จะแอบฝันถึงรางวัลที่ 1 …เปลี่ยนชีวิต

ส่วนคนที่มีเงิน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร “ลอตเตอรี่” เหมือนการพนันที่ถูกกฎหมายเอาไว้เสี่ยงดวงให้เลือดสูบฉีด

ยิ่ง “ลอตเตอรี่” ขายดี ยิ่งแสดงให้เห็นว่าคนไม่มี “ความหวัง”

ทำงานปกติ ไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้

ต้องพึ่งพาโชคชะตาและลอตเตอรี่เพียงอย่างเดียว

เหมือนที่เคยมีคนบอกว่าถ้าปีไหน “มาม่า” ขายดีผิดปกติ แสดงว่าเศรษฐกิจแย่ กำลังซื้อต่ำ

เพราะ “มาม่า” เป็นความอิ่มราคาประหยัดของคนไทย

ในมุมธุรกิจ ใครที่เห็นโครงสร้างราคาและการจำหน่ายล็อตเตอรี่ของกองสลากฯแล้ว

ทุกคนจะรู้เลยว่าไม่มีทางที่จะล็อตเตอรี่จะขายราคา 80บาท ได้เลย

ถ้ายังใช้โครงสร้างการจัดจำหน่ายเดิม

ล็อตเตอรี่เป็นสินค้าที่อายุสั้น คือ 15 วัน

งวดหนึ่ง มีสลากกินแบ่งรัฐบาลประมาณ 100 ล้านใบ

ต้องขาย 100 ล้านใบให้หมดภายในครึ่งเดือน

แค่กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ ไปถึงทุกหมู่บ้านก็ยากแล้ว

นั่นคือ เหตุผลที่ต้องมีระบบเอเย่นต์หรือยี่ปั๊วเพื่อกระจายลอตเตอรี่ไปทั่วประเทศ

ถ้าคิดแบบกลไกธุรกิจปกติ การกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30-50%

ยิ่งสินค้าอายุสั้น ต้องกระจายเร็ว ก็ยิ่งแพง

แต่กำไรของล็อตเตอรี่ประมาณ 10 บาทจาก 70 บาท หรือประมาณ 14%

เห็นโครงสร้างแค่นี้ก็รู้แล้วว่าทำไมสลากกินแบ่งฯจึงขายเกินราคา

เป็นกลไกการตลาดปกติ ถ้ายังใช้ระบบเอเย่นต์อยู่

แต่หากเปลี่ยนเป็นขายออนไลน์ หรือมีตู้ขายลอตเตอรี่อัตโนมัติ แบบนี้ยังมีโอกาสที่จะขายราคา 80บาทได้บ้าง

เพราะลดต้นทุนด้านการกระจายสินค้า

เหมือนระบบที่ “มังกรฟ้า-กองสลากพลัส” เขาทำกัน

ถ้าเขาได้ต้นทุน 70.40 บาท ผมเชื่อว่าเขาจะขายในราคา 80 บาทได้

เพราะระบบออนไลน์ลดต้นทุนการกระจายสินค้าได้มหาศาล

ถ้าคนเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าใจเรื่องธุรกิจ รู้จักกลไกการกระจายสินค้า และยอมรับในเทคโนโลยี

ทุกอย่างแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมา ระดับที่ให้รัฐมนตรีเป็นประธาน และมีขุนพลอย่าง “แรมโบ้อีสาน” อยู่ข้างๆ

ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

ปัญหาเศรษฐกิจไทยมีเรื่องใหญ่กว่านี้มากมาย

การตั้งคณะกรรมการฯแบบนี้ คนในวงการเมืองเขาก็รู้ว่านี่คือ การตีเมืองขึ้นและเคาะกะลารูปแบบหนึ่ง

เพราะผลประโยชน์จากการขายลอตเตอรี่มหาศาล

แค่เปลี่ยนจากรายเก่า มาเป็นรายใหม่ก็รับเละแล้ว

และเป็นที่มาของ “คลิปล้อเล่น” ที่เขย่าการเมืองไทยในวันนี้

เรื่องยืมเงิน 5 ล้าน หรือ 15 ล้าน เล็กน้อยมาก

เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ในวงการหวย

เช่นเดียวกับเรื่อง “ลอตเตอรี่” ก็เป็นเรื่องที่เล็กมาก

เมื่อเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจไทยในวันนี้

ผู้บริหารที่ดี ต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญครับ

อย่าคิดเรื่อง “การเมือง” ก่อน “บ้านเมือง”