เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย“สวนสยาม”หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย“สวนสยาม”หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ดูทั้งหมด

ความยากในการเข้าถึง “ยา” โควิด

06 ส.ค. 2565 | 13:45น.
ยารักษาโรค
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

หลังการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ประกอบกับการเปิดประเทศเพื่อรับต่างชาติ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า โควิด-19 กำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ตามมาด้วยการปรับวิธีการนับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน โดยจะนับเฉพาะผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ปรากฏยอดการติดเชื้อโควิดอย่างเป็นทางการ (นับเฉพาะผู้ป่วยในโรงพยาบาล) ได้ลดลงฮวบฮาบเหลือเพียงวันละ 2,000 กว่าคน “สวนทาง” กับตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 นอกโรงพยาบาล (ยอดจากชุดตรวจ ATK) ได้พุ่งพรวดขึ้นสูงวันละกว่า 28,000 คน สัปดาห์ละ 201,000 คนหรือเฉลี่ยเดือนละ800,000 คน

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เกือบทุกครอบครัวในประเทศนี้จะต้องมีคนติดเชื้อโควิด มีอาการหนักเบากันไปตามสถาวะ-อายุของร่างกาย ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่า ยิ่งมีผู้ป่วยทวีจำนวนขึ้น ยอดคนเสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นตามมา หากนับตั้งแต่การระบาดตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันมีคนเสียชีวิตจากโรคนี้ไปแล้ว 31,492 คน และถ้าจะให้แคบเข้ามาอีกกับการระบาดของโควิดรอบนี้ เฉลี่ยปัจจุบันมีคนเสียชีวิตประมาณ 20-30 คน/วัน หรือเดือนละ 600-900 คน

ต้องย้ำว่า “ตาย” อยู่ระหว่างตัวเลข 600-900 คนต่อเดือน ซึ่งถือว่า “สูงมาก” เมื่อเทียบกับการตายจากสาเหตุอื่น ๆ จนกลายมาเป็นความ “ชาชิน” หรือรู้สึก “เฉย ๆ” กับรายงานผู้เสียชีวิตประจำวันของ ศบค.

จำนวนคนติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกับการส่งสัญญาณผิด ๆ ที่ว่า โควิด-19 กำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งยังห่างไกลจากเกณฑ์ที่ตั้งไว้ทั้งจำนวนผู้ป่วย-ตัวเลขคนฉีดวัคซีน-จำนวนผู้เสียชีวิต การผลีผลามเปิดประเทศโดยอ้างความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ การยกเลิกมาตรการควบคุมโรค ท่ามกลางความไม่พร้อมทางด้านสาธารณสุข ทั้งจำนวนเตียงที่จะรองรับผู้ป่วยและการบริหารจัดการยารักษาโรคที่มีรายงานข่าวถึงการขาดแคลนออกมาเป็นระยะ ๆ ยิ่งตอกย้ำความย่ำแย่ของสถานการณ์

จากข้อเท็จจริงที่ว่า จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ต่างทยอยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนอย่างแน่นขนัด (จำนวนผู้ป่วยสัปดาห์ละ 28,000 คน) แน่นอนว่าไม่มีเตียงไม่มีที่ทางเพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยเหล่านี้จนนำมาซึ่งการกำหนดเกณฑ์การรักษาตัวแบบ home isolation หรือการรักษาตามอาการด้วยการให้กลับไปกินยารักษาตัวเองที่บ้าน ซึ่งดูจะเหมาะกับสถานการณ์การติดเชื้อในขณะนี้มากที่สุด โดยการจัดยารักษาโควิด-19 จะขึ้นอยู่กับ “ความเห็น” ของแพทย์ที่ทำการรักษา ณ สถานพยาบาลนั้น ๆ ภายใต้วิธีการที่เรียกกันว่า การรักษาตามอาการ

แน่นอนว่า การรักษาตามอาการแบบ home isolation นั้น ความพร้อมจะอยู่ที่ยารักษาโรค ภายใต้หลักการที่ว่า ผู้ป่วยที่มีอาการจะต้องได้รับยาให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยา Favipiravir ยา Molnupiravir หรือยา Paxlovid ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามีคุณภาพและสรรพคุณที่เหนือกว่า ยาฟ้าทะลายโจร ที่ได้รับแจกเป็นยาหลักในการรักษา “ไข้” อยู่ในปัจจุบัน

ด้วยอาการความหนัก-เบาของโรคที่แตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคนกับความ “ยาก” ในการเข้าถึงการวินิจฉัยเพื่อที่จะได้มาซึ่ง “ยา” ที่เหมาะสมกับอาการจากจำนวนคนป่วยที่ทวีจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล จนการรักษาแบบ home isolation กลายเป็น “ข้อจำกัด” ในการเข้าถึงยาที่ล้วนแล้วแต่มีราคาแพง (Fivipiravir กระปุกละ 1,500-2,000 บาท-Molnupiravir คอร์สละ 10,000 กว่าบาท) ส่งผลให้เกิดกระบวนการลักลอบนำเข้ายาแบบเดียวกันที่มีราคาถูกกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fivipiravir-Molnupiravir ตลอดจน Remdesivir จากประเทศอินเดียที่มีราคาถูกกว่ากัน “มากกว่า” ครึ่งต่อครึ่ง

กลายมาเป็นปัญหาการลักลอบนำเข้า “ยาเถื่อน” หรืออีกนัยหนึ่ง ยาที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนหรือได้รับอนุญาตจาก อย.ให้นำเข้ามาในประเทศ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่พร้อมที่จะ “เสี่ยง” ขวนขวายหาซื้อมารักษาด้วยความกังวลจากการได้รับยาจากระบบสาธารณสุขที่อาจช้าเกินไป จนกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งตราบเท่าที่การเข้าถึงยายังมีความยากและมีราคาแพงเกินกว่าที่ผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19