เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
News 20 ปีอนุสัญญาอุ้มหาย ภาคสังคม จี้รัฐบาลไทยเปิดความจริง-เยียวยาผู้เสียหาย
คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
Politics คลังต่อเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รายเดิมถึง 30 ก.ย. พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค.
ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Finance ก.ล.ต. ลุยฟ้องแก๊งปั่นหุ้น ECF ผู้กระทำความผิดรวม 12 ราย ต่อศาลแพ่ง บี้ชำระเงินกว่า 269 ล้าน
Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Biz Movement Metthier อัพสกิลแม่บ้าน-ระดมทีมดูแล รพ. ชั้นนำ หนุนไทยสู่ ‘Medical Hub’ ของโลก
Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
Tech Huawei ปักธง AI Use Case จับมือ ดีอี ดันไทยฮับอาเซียน
CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
Uncategorized CEA จับมือ IFPI Thailand เปิดเวทีถกอุตสาหกรรมเพลงยุค AI
ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance ก.ล.ต. ฟัน ‘บิทคับ ออนไลน์’ พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย กระทำผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,300 บาท
ดูทั้งหมด

ส่องส่งออกปีกระต่าย ตื่นรู้ได้…แต่อย่าตื่นตูม

22 ธ.ค. 2565 | 09:02น.
ส่องส่งออก
คอลัมน์ : New Normal
ผู้เขียน : ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK

เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่กันแล้วนะครับ บรรยากาศดูจะคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากเงียบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะการบริโภคและการท่องเที่ยวที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2566 หรือปีกระต่าย

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากหันมามองบรรยากาศของการส่งออกที่เคยเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กลับดูจะเริ่มอึมครึมมากขึ้น

ล่าสุดตัวเลขส่งออกเดือนตุลาคม 2565 ออกมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 20 เดือนที่ -4.4%

ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นขาลงของการส่งออกไทยหรือไม่

สำหรับผมเอง ตัวเลขล่าสุดที่หดตัวไม่ได้ surprise ผมเท่าไหร่นัก เพราะก่อนหน้านี้ผมก็ได้ฝากถึงผู้ประกอบการมาเป็นระยะผ่านดัชนีชี้นำการส่งออกของ EXIM BANK (EXIM Index) ที่ลดลงต่อเนื่องต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง

อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อยากให้ผู้ประกอบการตื่นตูมมากเกินไป แต่ต้อง “ตื่นรู้” เพื่อหาโอกาสที่จะมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนี้

– รู้ตลาด มองหาที่พึ่ง :

หากพิจารณาตัวเลขส่งออกเดือนตุลาคม 2565 พบว่าแม้จะมีตลาดส่งออกของไทยถึงกว่า 75% หดตัว

โดยเฉพาะตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ ยุโรป และจีนที่หดตัวพร้อมกันครั้งแรกในรอบ 40 เดือน แต่กลับยังมีบางตลาดที่สามารถโตสวนกับตลาดอื่นได้

โดยเฉพาะ CLMV และตะวันออกกลางที่โตกว่า 10% และ 22% ตามลำดับ

ทั้งนี้ CLMV ถือเป็นเพื่อนเก่ายามยากของไทย สังเกตได้จากบางปีที่ส่งออกรวมหดตัว 3 ปีติดต่อกันอย่างปี 2556-2558 แต่การส่งออกไป CLMV กลับยังโตเฉลี่ยถึง 10%

สะท้อนว่าตลาด CLMV ยังมีพื้นที่เปิดรับให้แก่สินค้าไทยและเป็นตัวช่วยที่ดีในฐานะ buffer

สำหรับการส่งออกไทยในยามที่ตลาดอื่น ๆ ชะลอลง ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางก็กำลังกลายเป็นเพื่อนใหม่ สะท้อนได้จากตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่ส่งออกไทยโตได้สูงสุดกว่า 26% ในช่วง 10 เดือนแรกปี 2565

โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียที่กลับมาผูกมิตรกับไทยในรอบ 30 ปี รวมถึงอิรักที่กลับมานำเข้าข้าวไทยในรอบ 7 ปี จนกลายเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับ 1 ของไทย แซงหน้าตลาดสหรัฐแล้ว

– รู้ทิศทางลม เกาะตามกระแส :

นอกจากกระแสรักษ์โลกและรักษ์สุขภาพที่ EXIM BANK ย้ำกับผู้ส่งออกมาตลอดว่าจะกลายเป็น new world order ใหม่แล้ว กระแส revenge travel หรือการที่นักท่องเที่ยวอยากออกเดินทางเพื่อชดเชยในช่วง COVID-19 ก็ดูจะเป็นอีกกระแสที่น่าจับตามองไม่แพ้กันในปีหน้า

ล่าสุด EIU คาดว่าการท่องเที่ยวโลกปี 2566 จะขยายตัว 30% สวนทางกับเศรษฐกิจโลกที่ IMF คาดว่าจะโตเพียง 2.7% ต่ำสุดในรอบ 21 ปี (ไม่รวมปีที่เกิดวิกฤต)

ทั้งนี้ การที่ไทยเป็น Top 10 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกก็จะได้อานิสงส์ไปด้วย โดยปีหน้าหลายฝ่ายคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าไทยถึง 20-25 ล้านคน

ซึ่งไม่เพียงภาคท่องเที่ยวที่จะได้ประโยชน์ แต่จะเกิด spillover effect ไปยังภาคส่วนอื่น ๆ รวมถึงการส่งออก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปี 2562 ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงถึง 40 ล้านคน มีส่วนหนุนให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อาทิ อาหาร ผลไม้ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ในบ้าน ล้วนโต double digits สวนทางกับการส่งออกรวมที่หดตัว 2.6% ในปีเดียวกัน

– รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง :

ผมกำลังพูดถึงท่าทีของเราท่ามกลางการแบ่งขั้วของโลก (decoupling) ที่ยังมีต่อเนื่องในปีหน้า ซึ่งผมมองว่าการวางตัวเป็นกลางของไทยจะเป็นโอกาสทั้งในแง่การค้า ผ่านการส่งออกไปแทนสินค้าของประเทศคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะจีนกับสหรัฐ

สังเกตได้จากตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันที่ 2 ประเทศทำสงครามการค้ากัน สินค้าของไทยเข้าไปแทนสินค้าของจีนในตลาดสหรัฐได้ต่อเนื่อง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

หรือแม้แต่การลงทุนที่ไทยจะได้อานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ล่าสุดบริษัท EV ของจีนหลายแห่งก็เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยแล้ว อาทิ BYD, SAIC, GWM เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็ยังมีนักลงทุนอีกหลายชาติกลับเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จาก FDI inflow ที่โต 7.6% ในช่วงครึ่งแรกปี 2565

นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นว่า 8 ใน 10 ปีหลังสุด หากปีใดที่ FDI ขยายตัว ปีนั้นการส่งออกไทยก็จะโตไปด้วย ซึ่งล่าสุดหากดูมูลค่าการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 พบว่าขยายตัวถึง 114%

แน่นอนว่าเม็ดเงินจำนวนนี้จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในปีหน้า และจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยประคองการส่งออกไทยได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ผมแค่อยากจะให้กำลังใจผู้ส่งออกไทยว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสแฝงตัวอยู่เสมอ อย่าตระหนกจนเกินไปเหมือนกระต่ายที่กำลังตื่นตูม หรืออย่าเป็นกระต่ายประมาทเกินไปจนวิ่งแพ้เต่า

แต่ต้องมีสติเพื่อมองหาโอกาส และป้องกันความเสี่ยงให้ได้อย่างทันท่วงที

สุดท้ายนี้ ผมขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ทุกท่านล่วงหน้าด้วยเลยนะครับ ขอให้ปีหน้าเป็นปีกระต่ายทองที่หนุนนำความสุขและโชคลาภมาให้แก่ทุกท่าน

Happy New Year 2023 ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก