นโยบายต่างประเทศว่าด้วยเมียนมา

AP Photo/Dita Alangkara, Pool
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 56 และการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง (AMM/PMC) ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือ วาระว่าด้วยสถานการณ์ในประเทศเมียนมา (Developments in Myanmar) โดยการประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก หลังจากการประชุมที่เรียกว่า การพบปะแบบสนทนาอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา ซึ่งประเทศไทยจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดยผลการประชุมพบปะแบบสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนบางส่วน โดยสะท้อนให้เห็นจากการจัดประชุมของฝ่ายไทย มีประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม 4 ประเทศ นอกเหนือไปจากไทยกับเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนได้ออกข่าวแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการประชุม แม้ว่าไทยจะย้ำว่าไม่ได้เป็นการประชุมในกรอบของอาเซียนแล้วก็ตาม

เรื่องที่ประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่เป็นกังวลต่อท่าทีของประเทศไทยในการจัดประชุมสนทนาอย่างไม่เป็นทางการก็คือ ความเป็นเอกภาพของอาเซียนในการแก้ปัญหาเมียนมาด้วยการ “ยึดมั่น” ตามฉันทามติ 5 ข้อ

1) ต้องยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาทันที 2) ต้องหารือที่สร้างสรรค์ของทุกฝ่าย3) ผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ในการเป็นสื่อกลางของกระบวนการหารือ 4) อาเซียนจะให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และ 5) ผู้แทนพิเศษจะเดินทางเยือนเมียนมาเพื่อพบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ปรากฏจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผู้นำทหารของเมียนมาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปฏิบัติตามฉันทามติทั้ง 5 ข้อ จนเป็นผลให้อาเซียนต้องดำเนินมาตรการกดดันไม่ติดต่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้นำทหารเมียนมา ไม่เชิญเข้าร่วมการประชุมในกรอบของอาเซียน จนกว่าฉันทามติจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดประชุมพบปะสนทนาอย่างไม่เป็นทางการได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ขึ้น 2 สถานการณ์คือ ความไม่เป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาเมียนมา สะท้อนออกมาจากแถลงการณ์ AMM หลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายการจัดประชุมสนทนาอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายไทยปรากฏประเทศสมาชิกอาเซียน “จำนวนหนึ่ง (ไม่ใช่ทั้งหมด)” เห็นว่า เป็นพัฒนาการเชิงบวก กับอีกสถานการณ์หนึ่งก็คือ ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับเมียนมาถึง 2,400 กม. กำลังอยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่


จึงส่งผลอย่างสำคัญที่ว่า นโยบายต่างประเทศว่าด้วยเมียนมาของรัฐบาลชุดใหม่ของประเทศไทยจะดำเนินไปอย่างไร ระหว่างการติดต่ออย่างสร้างสรรค์ผ่านการพบปะอย่างไม่เป็นทางการต่อไป หรือจะยึดถือปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้ออย่างเข้มข้น