3 เดือน เซลส์แมน “เศรษฐา”

เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ

เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ครบ 3 เดือน หลังที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม อนุมัติให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ด้วยเสียงข้างมาก เห็นชอบ 482 เสียง ? ไม่เห็นชอบ 165 เสียง งดออกเสียง 81 เสียง ไม่เข้าประชุม 19 เสียง

3 เดือนผ่านไป เศรษฐาเยือนมหาอำนาจทั้งจีน และสหรัฐอเมริกา เยือนประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ไปกลุ่มประเทศอาหรับ

ย้อนไปก่อนวันที่ “เศรษฐา” เป็นนายกรัฐมนตรี และย้อนไปถึงการเปิดตัวลงเล่นการเมืองเขามีสถานะ “ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย”

เศรษฐา ตอนนั้นที่ยังพ้นสภาพนักธุรกิจหมื่นล้านมาหมาด ๆ ฉายภาพความคิดในหัว ถึงนโยบายการค้า การต่างประเทศ ก่อนที่เขาจะนำมาปฏิบัติ หลังจากเป็นนายกฯแล้ว

“ผมคิดนอกกรอบ คนพูดอเมริกา กับจีน ตลอดเวลา แต่ลืมภาคส่วนที่สำคัญ คือ สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีหลายประเทศมาก ถ้าเราไปอียูก่อนล่ะ ให้สองประเทศ (อเมริกา-จีน) เอ๊ะบ้าง เราไม่ต้องเอาแค่เทสลา หรือบีวายดี 
ไปดูเปอโยต์กับเรโนลต์ที่ฝรั่งเศส ให้ดูว่ารัฐบาลไทยทำไมไปอียูก่อน ทำไมไม่มาอเมริกา จีนก่อน เขาก็จะเริ่มคิด”

“แล้วเราค่อยติดต่อไปแล้วค่อยไป ส่วนอเมริกากับจีน ดูซิว่าใครพร้อมที่จะเจรจากับเราเรื่องไหนอย่างไร ไปหาได้ แต่ความภาคภูมิใจ เกียรติยศของเราต้องมีเหมือนกัน เราเองต้องหยิ่งเหมือนกัน เขาเองก็อยากได้ ประเทศไทยเป็นเสน่ห์อันหนึ่งของภูมิภาคนี้ การประชุม World Economic Forum บอกว่า อีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นของอาเซียน”

“ดังนั้น ภูมิภาคนี้ ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคด้านพื้นฐานทั้งหมด เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องสนามบิน เราเป็นต่อหลายประเทศ อาจเป็นรองสิงคโปร์ แต่การยกระดับตรงนี้ก็สำคัญ”

“โรดโชว์ก็ต้องร่วมกับนักธุรกิจ นักธุรกิจไทยเก่งมาก ๆ หลายเจ้า ประเทศไทยเล็กสำหรับเขาแล้ว เขาไปลงทุนต่างประเทศก็มี อย่างแรก พรรคการเมือง กระทรวงการคลังคือใคร ใครดูแลเรื่องคมนาคม ใครดูแลเรื่องพาณิชย์ ใครดูแลเรื่องพลังงาน แต่ไม่เคยมีใครสนใจเลยว่าใครดูแลเรื่องต่างประเทศ ในสายตาประชาชนทั่วไปมองว่าเป็นกระทรวงเกรดซี”

“แต่ดูสมัยก่อนสิ ท่านถนัด คอมันตร์ หรือคนที่เป็นใหญ่เป็นโตในสังคมไทย อย่าง ท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านอาสา สารสิน ท่านวิทยา เวชชาชีวะ หรือหลาย ๆ ท่านเป็นบุคคลที่น่านับถือและมีความสามารถสูง”

“เพราะผมถือว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะต้องมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น ในการนำเราไปสู่ต่างประเทศให้ได้ ดังนั้น เรื่องกระทรวงการต่างประเทศจะถูกเราให้ความสำคัญมากขึ้น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจ ที่มีการค้าขายกับต่างประเทศ เราต้องนำทัพไปเจรจา”

“อย่างเทสลา ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นต่อประเทศไทยอยู่ ผู้นำเขาออกไปค้าขายเอง ไปเจอเทสลาเอง เราไม่ได้ทำ เราส่งเบอร์สาม เบอร์สี่ เบอร์ห้าไป เขาก็ส่งเบอร์สาม เบอร์สี่ เบอร์ห้า มาคุย มันเป็นธรรมดา เราต้องทำงานให้หนักขึ้น ต้องเข้าใจว่าโลกเปลี่ยน ไม่ได้อยู่แค่อาเซียน อยู่แค่ประเทศไทย เราต้องเล่นให้เป็น”

ตัดกลับมาปัจจุบัน เมื่อ “เทสลา” ถอยห่างจากอินโดนีเซีย “เศรษฐา” จึงรีบปิดดีลกับ “เทสลา” 28 พฤศจิกายน “เศรษฐา” จึงเชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทสลา Rohan Patel เข้าร่วมกิจกรรมลอยกระทงที่เชียงใหม่ ระหว่างมาดูที่ตั้งโรงงานผลิตเทสลาในไทย


และแม้ว่า “เศรษฐา” จะบินไปสหรัฐ จีน ยังไม่ไปยุโรป แต่เขาลงปฏิบัติแล้ว ในฐานะ “เซลส์แมน”