เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

‘ผลิตภาพ’ ของ ‘ความโกรธ’

29 ก.ค. 2569 | 12:29น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ปราปต์ บุนปาน

หลายปีก่อนหน้านี้ มีบางเสียงเคยบ่นว่า ที่การเมือง-สังคม-เศรษฐกิจไทยยัง “เปลี่ยนไม่ผ่าน” และหลุดไม่พ้นจาก “กับดักเดิม ๆ” มาร่วม ๆ สองทศวรรษแล้ว นั้นเป็นเพราะ “คนไทยโกรธไม่พอ”

แต่ในทุกวันนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ คงสังเกตและรู้สึกได้ถึงข้อเท็จจริงในทางตรงกันข้าม นั่นคือ จริง ๆ แล้ว “คนไทยโกรธมากพอ” หรือบางคราว ก็อาจจะ “โกรธเกินพอ” แถมแลดูเป็นคน “ขี้หงุดหงิดง่าย” เลยด้วยซ้ำ

เห็นได้จากปฏิกิริยาเร่าร้อนล่าสุดที่เรามีต่อกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่นจากประเทศอิตาลี ซึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม “อาการโกรธง่าย” ของคนไทยในปัจจุบัน คล้ายจะวางพื้นฐานอยู่บนเงื่อนไข-ข้อจำกัด 3-4 ประการ ดังนี้

ข้อแรก คนไทยมีความโกรธในลักษณะประเดี๋ยวประด๋าว สะเปะสะปะ วูบวาบ ร้อนแรง รวมหมู่ตามกระแสของโลกออนไลน์ แล้วความโกรธนั้นก็จะค่อย ๆ จางหายไป (โกรธง่ายหายเร็ว)

นี่คือวงจรที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยอาจมีข้อยกเว้นในกรณีของความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งกันทางออนไลน์ ค่อย ๆ สั่งสมก่อตัวกลายเป็นความสัมพันธ์ระหองระแหงระหว่างประชาชนและรัฐบาลของสองประเทศ รวมทั้งปัญหาตามแนวชายแดน อันไร้ทางออกที่น่าพึงพอใจ มาตราบถึงปัจจุบัน

ข้อสอง พื้นที่ที่คนไทยใช้ระบายความโกรธของตนเองคือโซเชียลมีเดีย โดยที่ความโกรธระยะหลัง ๆ ของพวกเรา มิได้นำไปสู่การประท้วงบนท้องถนน-พื้นที่สาธารณะ หรือการออกมาตรการ “คว่ำบาตร” ทางเศรษฐกิจ-สังคมอย่างเป็นทางการและกว้างขวาง

หากพิจารณาว่า “เป้าหมายที่ถูกโกรธ” ในปัจจุบัน มักเป็นคนธรรมดาจากชาติตะวันตก (หรือไม่ก็รัฐมหาอำนาจทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ตัว) ความโกรธที่ลุกลามเร่าร้อน (แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว) ในอินเทอร์เน็ต ก็คงเปรียบเสมือน “อาวุธของคนเล็กคนน้อย” ที่ช่วยชุบชูจิตใจให้เรารู้สึกว่าตนเองพอจะมีอำนาจต่อต้าน “ผู้ที่มีพลานุภาพสูงส่งกว่า” ได้อยู่บ้าง

ส่วน “ผู้ถูกต่อต้าน” จะรู้สึกรู้สาถึงผลกระทบดังกล่าวแค่ไหน อย่างไร นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

ข้อสาม “ความโกรธรวมหมู่” ของผู้คนในสังคม คืออารมณ์ความรู้สึกเบื้องหน้า ซึ่งผูกพันอยู่กับชุดอุดมการณ์ความคิดที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง

ในหลายประเทศ ความโกรธถูกผูกติดอยู่กับแนวคิดเรื่อง “การต่อสู้ทางชนชั้น” อันก่อตัวขึ้นจากความไม่พอใจต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง ในประเทศนั้น ๆ

แต่ “ความโกรธร่วมสมัย” ของคนไทย ยังถูกผูกแน่นอย่างแยกไม่ขาดออกจากอุดมการณ์ “ชาตินิยม” โดยมีศัตรูเป็นต่างชาติ (ที่หมุนเวียนเชื้อชาติ และสถานภาพสูง-ต่ำ ไปเรื่อย ๆ)

นี่เป็นสายสัมพันธ์แบบเดิม ๆ ที่พวกเราคุ้นชิน ไม่เคยสลัดได้หลุด และดำรงอยู่คู่สังคมไทยมานาน (อย่างน้อยก็) หลายทศวรรษ

ประการสุดท้าย สำหรับหลาย ๆ สังคม “ความโกรธรวมหมู่” สามารถถูกแปรผันดัดแปลงให้กลายเป็น “ผลิตภาพ” บางอย่างได้

ผลงานทางด้านวัฒนธรรม-เศรษฐกิจสร้างสรรค์ชั้นยอด เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ บทเพลง วรรณกรรมในระดับนานาชาติที่แพร่กระจายไปถึงผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลกจำนวนไม่น้อย ก็เป็นผลผลิตที่ถูกสรรค์สร้างต่อยอดขึ้นมาจาก “ความโกรธร่วมกัน” ของกลุ่มคนในพื้นที่หนึ่ง ๆ หรือหลาย ๆ พื้นที่

เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่จนถึง ณ ขณะนี้ สังคมไทยและคนไทยยังไม่สามารถนำเอา “ความโกรธอันเอ่อท้น” ของตนเอง มาแปรสภาพเป็นพลังทางวัฒนธรรมหรือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจที่ “ประสบความสำเร็จอย่างสูง” เช่นนั้นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก