ไทยช่วยไทยพลัส จุดติด-เฟสใหม่ต้องมี
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ประเสริฐ จารึก
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แล้ว หลังรัฐบาลคิกออฟเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อัดฉีด 1.76 แสนล้านบาท ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่ได้รับสิทธิเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ถึง 30 กันยายน 2569
แม้หลายคนบอกว่าเป็นโครงการกระตุ้นระยะสั้น ๆ ทั้งยังทำให้คนเสพติดนโยบายประชานิยม แต่ต้องยอมรับว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้สร้างบรรยากาศการค้าขายคึกคักทั่วไทย
โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนจะเห็นพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดหยิบมือถือกดรับเงินมือเป็นระวิง ตามมาด้วยเสียง “เงินเข้าแล้ว” ที่ดังกึกก้อง
จากการสอบถามพ่อค้า-แม่ค้า ต่างชมชอบโครงการ แม้ไม่ได้ลูกค้าใหม่ แต่ทำให้ค้าขายคล่องมือขึ้น จากลูกค้าเดิมที่เพิ่มปริมาณการซื้อ
เมื่อโครงการใกล้สิ้นสุด เริ่มมีการพูดถึง “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐบาลจะเปิดเฟสใหม่หรือไม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายของปี 2569
ระหว่างที่ทุกคนกำลังรอลุ้น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ขุนคลัง-มือเศรษฐกิจรัฐบาลออกมาเปรย ๆ ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 นี้ต้องใช้หลายเครื่องมือ แม้หมดไทยช่วยไทยพลัส ยังมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นที่พอจะ พยุงเศรษฐกิจไปได้
ยังสะท้อนมุมคิดส่วนตัวว่า ต้องไม่ติดกับยากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หรือเยียวยาระยะสั้น
“แต่ก็ต้องดูจังหวะและสถานการณ์อีกที เพราะทุกอย่างไม่ใช่เงินฟรี ทุกอย่างมีต้นทุน จึงต้องคิดให้รอบคอบ วันนี้ดูตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มลงแล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็น”
ถอดรหัสคำพูดของขุนคลัง ยังไม่ได้ตัดโครงการทิ้งเสียทีเดียว แค่รอดูผลลัพธ์ ตัวเลขจีดีพี หลังหมดโครงการเดือนกันยายนนี้
ถามว่าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ถือว่ายัง “จำเป็น” ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีเงินในกระเป๋า
แม้เงิน 1,000 บาทจะดูน้อยนิด แต่อย่างน้อยทำให้ประชาชนที่มีรายได้เดือนชนเดือนมีเงินจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน
“เฮียกบ-มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง จ.อุดรธานี ประเมินรัฐบาลต้องทำโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง เลยทำให้ทุกคนกลัว ไม่กล้าใช้เงิน
หลายครั้งที่คุยกัน “เฮียกบ” จะเล่าให้ฟังทุกครั้งว่า “กำลังซื้อไม่ดีจริง ๆ” ยอดขายที่ร้านยังคงตกลงต่อเนื่อง จากปีที่แล้วตกไปกว่า 20% ปีนี้ตกเพิ่มอีกเกือบ 10%
“โชคดีที่ร้านรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงช่วยพยุงยอดขายไปได้บ้าง แต่ยังไม่ดีขึ้น รัฐจะทำอะไรก็ต้องรีบทำ กำลังซื้อทรุดหนักมาก”
อีกเสียงที่ดังไกลมาจากอุบลราชธานี “เฮียประกอบ ไชยสงคราม” ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยงสงวนกรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งรายใหญ่ จ.อุบลราชธานี ระบุว่า 4 เดือนที่มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือว่ารัฐช่วยเรารอดตายมาได้พอสมควร แม้จะช่วยได้ไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น แต่เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกทำให้ยอดขายค้าส่งเราโต 10% และค้าปลีกโต 20%
เฮียประกอบมองว่า ถ้าไม่มีไทยช่วยไทยพลัสเฟสใหม่ “ยอดขายไตรมาส 4 ติดลบอย่างแน่นอน” เนื่องจากช่วง 2 เดือนสุดท้ายในปี 2568 หลังรัฐบาลมีโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ยอดขายเติบโตมาก ถ้าไม่อยากให้ยอดขายเป็นตัวแดงก็ต้องเร่งทำยอดขายไตรมาส 3 ให้เติบโต 2 ดิจิตขึ้นไป ถึงกลบยอดขายที่ติดลบในไตรมาส 4 และทำให้ยอดขายทั้งปี แม้จะไม่โต แต่ก็ไม่ติดลบ
เมื่อแรงเชียร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ดังกระหึ่มขนาดนี้ ถ้าเฟสใหม่ไม่มี รัฐบาลจะหาคะแนนนิยมมาจากไหน ท่ามกลางปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจรุมเร้าจากทุกทิศทาง