“อาเซียนซัมมิต” โอกาสประเทศไทย
บทบรรณาธิการ
จากนี้ไปไม่กี่วัน การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 “34 th ASEAN Summit” ระหว่าง 22-23 มิถุนายน 2562 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เป็นเวทีประชุมใหญ่ประจำปีของอาเซียน 10 ประเทศ ที่ก้าวสู่ปีที่ 52 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลจากเทคโนโลยีดิจิทัล
ครั้งนี้ไทยในฐานะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ได้เสนอแนวคิด “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” เป็นธีมหลักในการประชุม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมีทั้งหมด 3 ด้าน รวม 13 ประเด็น
ประกอบด้วย 1.การเตรียมความพร้อมอาเซียนรับมือความเปลี่ยนแปลงในอนาคต การปรับตัวให้สอดรับกับกระแสโลกจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 2.ความเชื่อมโยงกับแบบไร้รอยต่อระหว่าง 10 ประเทศสมาชิก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ อาทิ ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ โลจิสติกส์ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ฯลฯ 3.การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ
วาระสำคัญที่ไทยต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม คือ การทำกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) เปิดการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ตลาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกัน 3.5-3.6 พันล้านคน
ขณะเดียวกันนอกจากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น ปีนี้ตลอดทั้งปี ไทยในฐานะเจ้าภาพจะต้องจัดการประชุมหลากหลายวาระ หลากหลายระดับ ระหว่างผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา รวมทั้งคู่ค้ารายอื่น ๆ อย่างสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับประเด็นและหัวข้อที่จะถูกหยิกยกขึ้นหารือ ให้ทุกเวทีการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมและประเทศชาติ ตอบสนองเป้าหมายหลักให้ไทยมีบทบาทนำ และเป็นศูนย์กลางการดำเนินการของอาเซียน
ช่วงนับถอยหลังก่อนถึงวันประชุมสุดยอดอาเซียนปลายสัปดาห์นี้ คนไทยทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่จะเดินทางมาเยือน ทำตัวให้สมกับการเป็นเจ้าภาพ เจ้าบ้าน ให้การต้อนรับ ดูแล และแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม
แปรความท้าทายการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนครั้งนี้ให้เป็นโอกาส แม้เศรษฐกิจ การเมืองภายในภายนอกอาจไม่ค่อยเอื้อ นานาชาติจะได้ประจักษ์ หนุนชื่อเสียงภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ขจรขจายไปทั่วโลก