บทบรรณาธิการ
แม้ยังไม่มีการประกาศ จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ หรือ ศบศ. ตามที่ตัวแทนภาคเอกชนเสนอ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นสอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว เพื่อบูรณาการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบ กู้วิกฤตที่กำลังดิ่งลงลึกให้กลับมาฟื้น
เพราะภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจภายในประเทศทรุดหนัก หลากหลายปัญหาถูกซ้ำเติมจากไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดรุนแรง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังทำงานเหมือนในสถานการณ์ปกติ กระบวนการตัดสินใจเป็นไปแบบเดิม ๆ การบริหารจัดการปัญหาจะยิ่งยุ่งยากล่าช้า
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค. จึงถูกนำมาเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังโคม่า เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมา ศบค.สามารถทำงานได้เป็นที่น่าพอใจ สถานการณ์โควิดคลี่คลายชัดเจน ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในสายตานานาประเทศ
ภาคเอกชนจึงคาดหวังว่า การจัดตั้ง ศบศ.บริหารจัดการปัญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมศูนย์อำนาจในการสั่งการ การตัดสินใจ จะช่วยให้การแก้วิกฤตเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงานจะดำเนินการได้ฉับไวทันการณ์
แม้การจัดตั้ง ศบศ.ในรูปแบบเดียวกันกับ ศบค. ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะสามารถบริหารจัดการปัญหาเศรษฐกิจ ประสบความสำเร็จเหมือนกับการควบคุมป้องกันโควิด-19 ที่ ศบค.เป็นแกนหลักบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้การแพร่ระบาดคลี่คลายลงรวดเร็ว จนประเทศไทยได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก
เพราะกว่าผลงานจะปรากฏเป็นรูปธรรม ศบค.ในฐานะศูนย์บัญชาการ ทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างทำงานหนัก ทุ่มเททั้งเวลา ความพยายามป้องกันสกัดเชื้อโรคร้าย สำคัญที่สุดคือประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการดูแลรักษาสุขอนามัย ทำให้การแพร่ระบาดของโควิดดีขึ้นตามลำดับ
ศบศ.โมเดลแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ภาคเอกชนผลักดันจะแก้วิกฤตซ้ำซ้อน พลิกจากติดลบให้กลับมาเป็นบวกเหมือนกับที่หลายฝ่ายคาดหวังหรือไม่จึงเป็นเรื่องท้าทาย ที่นายกรัฐมนตรีและทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจต้องหาทางตอบโจทย์
แต่ด้วยทางเลือกที่มีไม่มากนัก และเงื่อนเวลาที่มีจำกัด อาจต้องยอมวางเดิมพันสูง มอบความไว้วางใจให้กลไก ศบศ.ทำงานได้เต็มที่ สกัดวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังลุกลามไม่ให้ย่ำแย่ลงกว่านี้