หนหวย
คอลัมน์ สามัญสำนึก เมตตา ทับทิม
เปิดปีใหม่ 2564 มีแต่เรื่องชวนหนหวย
อืมม์ ผู้เขียนคงจะคิดถึงบ้านเกิดก็เลยเผลอพูดภาษาอีสานออกมา คำว่าหนหวยความหมายคือหงุดหงิด อยู่ไม่เป็นสุข อะไรประมาณนี้ ภาษาวัยรุ่น ภาษาจิ๊กโก๋คงจะพูดว่า…รมณ์-บ่-จอย
ล็อกดาวน์ระลอกใหม่ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันก็คือปรากฏการณ์โรคระบาดโควิดรอบ 2 หรือ second wave แต่นักโฆษณาการภาครัฐบอกว่าไม่ใช่ระบาดรอบสอง แค่ระบาดระลอกใหม่ ได้จิ เอาที่สบายใจ
ล็อกดาวน์ระลอกใหม่ รัฐมนตรีคลังคนใหม่แต่เก๋าเกมบริหารราชการแผ่นดิน (คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ) ยังมีรองนายกฯเศรษฐกิจคนใหม่ แม้จะโนเนมบนถนนการเมือง แต่หลายคนก็ฝากความหวังปากท้องของประเทศไว้ในมือ (คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์)
รัฐมนตรีระดับซุปตาร์ 2 ท่านนี้ร้องเพลงประสานเสียงกันแล้วว่า บทเรียนเป็นครู การประกาศล็อกดาวน์ครั้งแรก โดยรัฐบาลทำให้มีต้นทุนงบประมาณแผ่นดินที่ต้องแบกมหาศาล ดังนั้น รอบปี 2564 รัฐบาลจะไม่เป็นผู้ประกาศล็อกดาวน์โดยเด็ดขาด
ตัวเองไม่ประกาศตรง ๆ แต่ใช้วิธีประกาศทางอ้อม โดยยืมปากผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นผู้รับผิดชอบออกสื่อรายจังหวัดรายพื้นที่
ตอนที่ล็อกดาวน์ครั้งแรก ซึ่งถ้าวัดจากการประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาล ระหว่าง 4 เมษายน-18 พฤษภาคม 2563 ถ้าจำไม่ผิด คนที่ขนลุกไปทั้งตัวน่าจะเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า
นายห้างบางแบรนด์ที่ตั้งทาร์เก็ตรายได้ปีละ 48,000 ล้านบาท รัฐบาลสั่งปากเปล่าให้ปิดห้าง 1 เดือน ย่อมเท่ากับรายได้ค่าเช่าหายไปเดือนละ 4,000 ล้านบาท ดังนั้น แม้สถานการณ์ระบาดกำลังสุกงอม แต่ก็ฝ่าด่านให้เปิดห้างเร็ว ๆ จนได้
รอบนี้มีบางประการที่ค้านสายตา เช่น ชั่วโมงนี้ผู้ว่าฯ กทม. (คุณอัศวิน ขวัญเมือง) พูดเบา ๆ ออกไมโครโฟนว่าห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านเกิน 1 ทุ่ม ชั่วโมงถัดมานายกรัฐมนตรี (ลุงตู่) หักล้างด้วยการสั่งให้สามารถนั่งรับประทานได้ถึง 3 ทุ่ม
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ล็อกดาวน์ระลอกใหม่เพิ่งจะออกแพ็กเกจให้ปิดห้างเร็วขึ้นจากเดิม 4 ทุ่ม ร่นเร็วขึ้นให้ปิด 3 ทุ่ม การนั่งรับประทานอาหารก็สั่งให้เวลามาชนกันที่ 3 ทุ่ม ตรงเวลาห้างปิดเป๊ะเว่อร์ บัญชาข้อราชการได้เก่งจริง ๆ (ฮา)
งานนี้ผู้ว่าฯ กอ ทอ มอ หนหวยไปตามระเบียบ
โควิดระลอกใหม่ลูกค้ายืนซื้อลูกชิ้นปิ้ง 2 คน คนหนึ่งบ่นสมัครคนละครึ่งไม่ทัน อีกคนบ่นซูเปอร์สเปรดเดอร์มาจากอบายมุขทั้งนั้น เซ็งว่ะ พ่อค้าบอกสมัครคนละครึ่งไม่ได้ ลูกค้าเงียบมาก เซ็งยิ่งกว่า
เศรษฐีก็ออกอาการอกอีแป้นจะแตก สมาคมโรงแรมพัทยาหรือยังไงนี่แหละ ออกมาโวยให้รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ประเทศเป็นทางการจั๊กที จะได้ขอเงินชดเชยครึ่งหนึ่งจากประกันสังคมได้ แสดงกิริยาหนหวยแบบไม่แคร์สื่อ
ย้อนกลับไปช่วงรอยต่อปีเก่าเข้าปีใหม่ ค่ำคืน 31 ธันวาคม 2563 มีธุระครอบครัวทำให้ต้องย้ายสังขารไปเชียงใหม่ บังเอิญนั่งอยู่ในตึกชั้น 18 ไม่สูงมาก แต่ก็สูงเพียงพอได้เห็นวิวพาโนราม่า คนเชียงใหม่จุดพลุต้อนรับปีใหม่แทบจะเรียกว่าทั้งเมือง
เข้าใจว่าเป็นการจัดอีเวนต์แบบใจตรงกันโดยมิได้นัดหมาย มีความคันปากอยากหาคนเมาท์ด้วยก็เลยลงทุนตื่นมากินอาหารเช้า ผลลัพธ์เป็นอย่างที่คิดไว้ ป้าบัวทองกุ๊กคนเมืองบอกว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่ามีการจุดพลุ
รัฐบาลได้ยินไหม มีใครอัดคลิปให้ดูหรือเปล่า ค่ำคืนที่เมืองเชียงใหม่กลายเป็นมหานครแห่งพลุ มองด้วยตาเปล่าอาจเห็นความสวยงามทั้งแสงเสียง แต่สัมผัสด้วยหัวใจกลับพบแต่กลิ่นอายความสิ้นหวัง ความทุกข์ ความเศร้า ความอัดอั้น
ป้ายขายกิจการค่อนเมืองฟ้องถึงความจนตรอก คุณลุงภูเก็ตโพสต์โซเชียลประกาศขายดวงตาเพราะไม่มีจะกิน
ล่าสุดเพิ่งสมัครแอปหมอชนะไปหมาด ๆ ยังไม่ทันได้ยิงสแกนเช็กอินร้านรวงที่ไหน มีข่าวทะเลาะเบาะแว้งแบบไม่เผาผีกันซะงั้น
เหลียวซ้ายแลขวามีแต่เรื่องชวนหนหวย อยากได้ข่าวดีคงจะต้องท่องคาถา อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ธรรมะสวัสดี