เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
Real Estate ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
Economic สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
“ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
Biz Movement ไทยเจ้าภาพประชุมระดับโลก ‘Interferry 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมเรือข้ามฟากจากทั่วโลก
บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
Biz Movement บิ๊กเซอร์ไพรส์วงการธุรกิจ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองไทย ซี.พี. จับมือ ค่ายบุญรอด คลอดบิ๊กโปรเจ็กต์
ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
Finance ก.ล.ต. เตือนเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN 7 รุ่น เร่งรักษาสิทธิ ยื่นรับชำระหนี้ภายใน 1 ธ.ค.
BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
Finance BAY รับโอนพอร์ตสินเชื่อรถจาก CIMBT สำเร็จ หลังเคลียร์เงื่อนไขครบ
ดูทั้งหมด

ตรึงดีเซล แก้ค่าครองชีพ…ไม่จบ

20 ก.พ. 2565 | 09:59น.
ตรึงน้ำมัน
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กษมา ประชาชาติ

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 3 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยมีผลบังคับใช้ หลังจากราชกิจจานุเบกษาออกประกาศกฎกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือพยุงราคาน้ำมันร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่อง จากการเข้าไปอุดหนุนทั้งราคาน้ำมันดีเซล และราคาก๊าซแอลพีจี หลังราคาในตลาดโลกขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่สามารถกู้เงินได้ตามเพดานที่ ครม.อนุมัติไว้ 30,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะต้องรออีกอย่างน้อย 2 เดือน

ซึ่งอัตราภาษีน้ำมันดีเซลที่รัฐจัดเก็บปัจจุบันในอัตรา 5.99 บาทต่อลิตร คิดเป็นรายได้ภาษีสรรพสามิตที่ต้องเฉือนไปเดือนละ 5.7 พันล้านบาท รวมเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท

แต่นัยสำคัญการลดภาษีครั้งนี้จะช่วยต่อลมหายใจให้กระทรวงพลังงานได้มีความคล่องตัวในการบริหารราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรตามนโยบายรัฐบาล และฝ่าแรงกดดันของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่นำขบวน Truck Power Final Season มาค้างคืน ขู่ปรับขึ้นบริการค่าขนส่ง 20% ซึ่งจะกระทบไปยังภาคการผลิตและขนส่งสินค้า ลามถึงปัญหาค่าครองชีพประชาชน เพราะปัจจุบันสัดส่วนการใช้ดีเซลประมาณ 60-70 ล้านลิตรต่อวัน

แน่นอนที่ว่าหากตรึงดีเซลไว้ได้ เท่ากับจะตัดปัจจัยที่กดดันผู้ผลิตสินค้า ให้ปรับราคาก็หายไป 1 รายการ แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาด้วยมาตรการนี้ “ยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” 
เพราะเอกชนคงไม่สามารถช่วยตรึงราคาสินค้าไปได้ตลอด หากต้นทุนด้านอื่น ๆ ทั้งค่าแพ็กเกจจิ้งพลาสติก กระดาษ กระป๋อง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า 
ค่าปุ๋ย ค่ายา อาหารสัตว์ และค่าแรง ยังขยับขึ้น

จึงขึ้นอยู่กับ “สายป่าน” ของผู้ประกอบการแต่ละราย ว่าจะแบกรับต้นทุนเหล่านี้ไปได้นานแค่ไหน “รายย่อยสายป่านสั้น” จะกระทบก่อน นี่ถือเป็นระเบิดเวลาลูกต่อไป ที่รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ หากห่วงโซ่การผลิตขาด เอสเอ็มอีหนี้เน่าจะตามมา และเลวร้ายที่สุดสินค้าไม่มีป้อนสู่ตลาด คนที่จะเดือดร้อนที่สุด คือ “ประชาชน”

ยังไม่นับรวมระเบิดลูกต่อไปของปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งอาจจะไม่ได้มาจากเฉพาะดีเซลขึ้นราคาเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนด้านอื่น ๆ ในการใช้ชีวิตที่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอุดช่องโหว่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง

ทั้งราคาน้ำมันเบนซินที่จะกระทบรถบ้าน หรือแม้แต่คนตัวเล็กอย่างวินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ ที่ต้องเดือดร้อนจากราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินขยับขึ้นไป ลิตรละ 5 บาทในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซหุงต้มที่กำลังจะขยับอีกในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นแรงกดดันที่จะซ้ำเติมคนหลายล้านครอบครัวที่บอบช้ำจากวิกฤตโควิดมาแล้วกว่า 2 ปี

ขณะที่ระดับค่าครองชีพเท่าเดิม แต่ความช่วยเหลือกลับเหมือนฝนตกไม่ทั่วฟ้า ซ้ำยังขาดแผนการหารายได้ที่ชัดเจนในอนาคต มองเห็นแต่เส้นทางการกู้ กู้ กู้ หนี้สินพอกพูน และอาจบานปลายสู่การสร้างหนี้ก้อนใหม่ จำเป็นที่จะต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะขั้นต่อไป จาก 60% เป็น 70% หรือไม่

ความเดือดร้อนนี้อาจกลายเป็นมรดกไปถึงรุ่นลูกหลานที่ต้องมาแบกรับภาระการใช้หนี้ในอนาคตก็เป็นได้