คนหัวหมอ
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : สาโรจน์ มณีรัตน์
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่า…คนเดี๋ยวนี้หัวหมอ ?
ไม่ยอมรับความจริง ทำเรื่องผิดให้กลายเป็นถูกได้ ขณะเดียวกัน คนที่ทำเรื่องถูก ก็อาจกลายเป็นคนผิดได้ ทั้งยังใช้เล่ห์เพทุบาย ใช้พยานแวดล้อมจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง CCTV กล้องหน้ารถยนต์ คลิปเสียง คลิปวิดีโอ เพื่อให้ทุกคนเชื่อเหมือนดั่งที่เขาคิด
โดยไม่สนใจว่า…เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ซึ่งความเป็น “คนหัวหมอ” นี่ ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยนะ ผมว่ามีหลายประเทศในโลกใบนี้ ไม่เชื่อลองมองเรื่องสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนสิ หรือแม้แต่การเมืองในบ้านเรา ไม่เว้นแม้แต่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผ่านมา…ก็จะมีคนหัวหมอออกมาร้องเรียน
โดยไม่สนใจว่า “ความจริง” เป็นเช่นไร ?
ยิ่งเรื่องคดีแตงโมด้วย เราจะเห็น “คนหัวหมอ” ดาหน้าออกมาเต็มไปหมด แม้วันนี้ร่างของ “แตงโม” จะไปอยู่กับพระเจ้าแล้วก็ตาม
แต่คนหัวหมอยังไม่หยุดทำหน้าที่ คงยังเดินหน้าต่อ โดยมีคนหัวหมออีกส่วนหนึ่งคอยใส่สีตีไข่เพื่อให้สังคมเห็นว่า…คนหัวหมอล่าสุดต้องการพลิกเกม และต้องการให้สังคมเชื่อว่า…แตงโมน่าจะตายจากการสันนิษฐานอย่างที่ผมคิด พวกผมคิด และสังคมส่วนใหญ่คิด
แม้ความจริงจะเป็นเรื่องกังขาของใครหลายคนก็ตาม ?
แม้แต่วงการสีกากี นักกฎหมาย พระภิกษุสงฆ์ ชาวบ้านร้านตลาดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแตงโมก็จะถูกแบ่งข้าง แบ่งแยก แบ่งฝ่าย และถูกผลักให้เลือกข้างไปโดยปริยาย
แต่กระนั้น ต้องเลือกข้างให้ถูกจริตสังคมด้วย หาไม่เช่นนั้น อาจพลอยซวยได้ หรืออาจถูกทัวร์ลงได้
เชื่อไหม ?
ตลอดเวลาหลายเดือนผ่านมาที่ผมติดตามข่าวรัสเซีย-ยูเครน, การเมืองในประเทศไทย, คดีแตงโม และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ผมคิดอย่างหนึ่งว่า…โลกเราเดี๋ยวนี้อยู่ยาก และเวลาไปไหน ? ทำอะไร ? อย่าหัวร้อนเป็นอันขาด ที่สำคัญ อย่าคุยไลน์ แชตไลน์ในกล่องข้อความ หรือพูดอะไรส่งเดช จนทำให้คู่สนทนาบันทึกเสียงได้
แม้เรื่องนั้น ๆ จะเป็นเรื่องส่วนตัว การแสดงความคิดเห็นทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพราะหากบางที “คุณ” เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก หรือเป็นคนที่สังคมยกย่อง คำพูดของคุณ การแสดงความคิดเห็นของคุณ อาจถูกฝ่ายตรงข้ามเล่นงานได้
ซึ่งผมเห็นมาเยอะแล้วในโลกเฟซบุ๊ก
จนทำให้คิดว่า “คนหัวหมอ” ดังกล่าว บางทีก็คล้าย ๆ กับ “ศรีธนญชัย” ในนิทานพื้นบ้านที่เรา ๆ ท่าน ๆ เคยอ่านกันตอนเด็ก ๆ เพียงแต่ “ศรีธนญชัย” ยังรู้จักยอมแพ้ “เณรน้อย” เพราะกรรมที่ตัวเองก่อไว้ แต่สำหรับ “คนหัวหมอ” ในโลกปัจจุบัน กลับไม่รู้สึกยอมแพ้อะไรเลย
กลับแถต่อไปได้เรื่อย ๆ
แม้จะผิดก็ตาม
ผมว่าสังคมเราเดินทางมาถึงยุค “คนหัวหมอ” กันแล้ว
ระวังตัวกันด้วย ?