คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
เห็นข่าวทองขึ้นพรวด ๆ เหมือนน้ำเดือดปุด ๆ ก็ตื่นเต้น
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า “ทองคำ” วันนี้
จะเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” แบบสุด ๆ ของนักลงทุนมีระดับ รวมไปถึงอาเจ็ก อาซ้อ อาซิ้มในซอยที่วัน ๆ ก็พูดแต่ราคาขึ้น-ลงของทอง
“ทอง” จึงเป็นพระเอกนางเอกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ยิ่งปีนี้ขยับสูงขึ้นปรี๊ด ๆ แบบถี่ ๆ บทบาทเลยกลายเป็น “ผู้กำหนดเกม” ของการลงทุน ทุกความสนใจล้วนหายใจเป็นทอง
วันก่อน สรรค์ สุขุขาวดี แหล่งข่าวเก่า ผู้อาวุโสสูงสุด และมิตรที่ใกล้ชิด นัดพบปะฉลองปีใหม่ที่หมู่บ้านประชาชื่น โครงการแรกของอสังหาฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ประเด็นหลัก ๆ ที่พูดคุยกันบนโต๊ะอาหารมีอยู่แค่ 2 เรื่องคือ ราคาทองไปไกลมาก ทะลุถึงแสนแน่ แต่จะทะลุเมื่อไหร่ ไม่มีใครกล้าฟันธง เพราะกลัวหน้าแตก
แต่จังหวะนี้ให้แต่ละคนรีบแปรรูป หรือแปลงทรัพย์สินให้เป็น “ทอง” ซะ
ส่วนแคชให้มีแค่เบาะ ๆ เพราะค่าเงินลดต่ำลงเรื่อย ๆ เทียบเคียงจากข่าวซื้อเสียงที่พุ่งถึงหัวละ 7,500 (ฮา)
“เงินที่เป็นแคชเริ่มเหลาเหย่ แต่เงินที่เป็นซิลเวอร์ แร่เงินกำลังมีราคา เพราะทองไปยืนรออยู่แล้ว”
“ผมเลยรวบรวมซิลเวอร์ที่กระจายอยู่แบบกระจุ๊กกระจิ๊กขายลอตแรกไป ได้มา 4 แสน ก็เอาแคชก้อนนี้มาซื้อทองแท่งเพิ่ม คงทะลุ 8 หมื่นในเดือนนี้ (ม.ค.) เดี๋ยวรอดูตรุษจีนอีกรอบ”
ส่วนที่ลงทุนแบบออนไลน์ คือจับต้องไม่ได้ ต้องมอนิเตอร์ตลอด ก็มีลอตใหญ่ลอตเล็กที่ซื้อขายผ่านกองทุน ผ่านแอป หรือเล่นแบบ Gold Futures เน้นเก็งกำไรระยะสั้น ซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง
“แต่ทุกการลงทุนคือความเสี่ยง เราต้องยอมรับ การลงทุนในแพลตฟอร์มออนไลน์เหมือนเล่นหุ้น ต้องคอยมอนิเตอร์ การตัดสินใจเร็วหรือช้าเป็นจุดสำคัญ กำไรขาดทุนอยู่ที่จังหวะ”
คุยกันถึงตรงนี้ มีท่านหนึ่งโพล่งขึ้นมาว่า “นาทีนี้ไม่กลัวเลยเรื่องตัดสินใจจะช้าหรือเร็ว แต่ทุกข์ใจที่เราไม่มีของ (555)”
อีกเรื่องที่คุยกันคือ การบนบานศาลกล่าว เพราะตอนนี้ “สายมู” กลายเป็นกระแสที่มาแรง และแรงมานานสำหรับสังคมไทย
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดี-ไม่ดี คนจะมักพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางใจอยู่เสมอ
มิตรอีกท่านหนึ่งเลยคุยให้ฟังว่า เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มีระดับบิ๊กธุรกิจ ซีอีโอ โทร.มาแต่เช้ามืด ชวนไปไหว้ “หลวงพ่อวราห์” ที่วัดโพธิทอง แถวฝั่งธนฯ
เพราะตรงวันคล้ายวันเกิดท่าน 7 ธันวาคม ซึ่งบรรยากาศในวันนั้นหนาแน่นไปด้วยลูกศิษย์ ส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจ ผู้บริหารมืออาชีพ เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการหลากหน้าหลายตา มีหลายคนก็คุ้นหน้าอยู่ในแวดวงธุรกิจสังคมไทย
ความศรัทธามีมากจนล้นกุฏิ ข้าวของร้านอาหารรอบวัดขายดี เป็นอีกประสบการณ์ตรงที่อึ้ง ๆ และประทับใจ ก่อนกลับได้รับครุฑหลวงพ่อวราห์มาขึ้นคอ ผู้ใหญ่แนะให้สวดมนต์ ถ้าจะขอ ให้ขอเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ
คุยถึงตรงนี้ คุณสรรค์พนมมือ ยกมือไหว้ หลังเพื่อนรุ่นน้องเล่าให้ฟัง
พร้อมกับชี้ไปที่ทิ้งพระ “ผมก็มีสิ่งยึดเหนี่ยว บูชาหลวงพ่อฉุย เกจิอาจารย์ดัง ไม่รู้ว่าจะจริง-ไม่จริง แต่ตั้งแต่ให้ลูก ๆ เปิดร้านตาฉุย ข้าวผัดปู กิจการก็ดีนะ คนเข้ามาไม่ขาดสาย”
แต่ชื่อตาฉุย ไม่ใช่มาจากหลวงพ่อ แต่เป็นชื่อพ่อตา ส่วนแม่ยายทำผัดไทยอร่อย ก็เลยตัดสินใจย้ายร้านบ้านทองโบราณ ริมคลองอัมพวา มาปักหลักที่ประชาชื่น
แบ่งเป็นสองร้าน ร้านหนึ่งชื่อ ตาฉุย ข้าวผัดปู ใกล้กันชื่อ ทองดี ผัดไทย หอยทอด (หรือแม่ทองดี)
เหตุผลที่เปิดร้านใหม่ข้ามห้วย เพราะสงสารลูกน้อง 30 คนและครอบครัวที่จะตกงาน หลังเราปิดร้านบ้านทองโบราณ เพราะอัมพวาวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว นักท่องเที่ยวหาย
การตัดสินใจถือว่าถูกต้องและมาถูกทาง เพราะสองร้านใหม่กลายเป็น “ครัวกลาง” ของหมู่บ้าน คนผัดก็ทำอร่อย เพราะควงตะหลิวมา 30 ปี ราคาก็ไม่แพง แค่หลักร้อย
ตอบโจทย์ทุกอย่าง เลยตัดสินใจไปบูชาหลวงพ่อฉุย เพราะให้สอดคล้องกับชื่อร้านและชื่อพ่อตา