ปิดมหากาพย์ที่ดินหมอชิต ?
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ประเสริฐ จารึก
ภาพรถยนต์จอดเรียงรายแน่นลานหมอชิตเก่า กลายเป็นภาพชินตาของคนกรุงที่มาใช้บริการและผ่านไปมา
ที่ดินเป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ มีเนื้อที่กว่า 63 ไร่ ถือว่าเป็นทำเลทองผืนใหญ่ใจกลางเมืองที่เหลือเพียงไม่กี่แปลง
ด้วยศักยภาพของทำเล เหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เพราะอยู่ติดรถไฟฟ้าถึง 2 สาย BTS และ MRT แต่สุดท้ายยังไม่มีการพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ
ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนถูกนำมาก่อสร้างเป็นโรงจอดและซ่อมบำรุงของรถไฟฟ้า BTS และเป็นลานจอดแล้วจรให้ประชาชนจอดฟรี
ซึ่งลานจอดฟรีเกิดขึ้นในปี 2547 โดยรัฐบาลใช้เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปรับพื้นที่ 23 ไร่ให้จอดรถได้ 2,000 คัน เป้าหมายต้องการส่งเสริมคนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แก้ปัญหารถติดในเมือง
หากจำกันได้ ที่ดินแปลงนี้ ไม่ใช่ไม่มีการคิดโปรเจ็กต์ลงทุน
ย้อนสตอรี่ไปเมื่อ 30 ปีก่อน ที่ดินผืนนี้ ได้มีการเตรียมแผนจะพัฒนาเป็นเมกะโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส มูลค่ากว่า 26,916 ล้านบาท
โครงการเป็นของ “เสี่ยน้ำ มหฐิติรัฐ” เจ้าของบริษัท ซันเอสเตท จำกัด ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด หรือ BKT ที่คว้าสัญญาเช่า 30 ปี เซ็นสัญญาร่วมทุนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2539
“เสี่ยน้ำ” วาดพิมพ์เขียว จะพัฒนาเป็นจุดศูนย์รวมการเดินทางระบบขนส่งหลายโหมด เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางรถโดยสารประจำทางสายเหนือ สายอีสาน รวมถึงรถไฟฟ้า
พร้อมสร้างตึกคอมเพล็กซ์ มีร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และสร้างทางเชื่อมกับถนนวิภาวดีฯ กับหมอชิตใหม่ (จตุจักร)
วาดฝันที่นี่จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของกรุงเทพฯ ของประเทศไทย ของอาเซียน ของเอเชีย
สุดท้ายยังเป็น “แพลน” แล้ว “นิ่ง” เพราะนับจากวันที่จดปากกา ถึง 2569 ร่วม 30 ปี ยังไม่มีอะไรขยับขับเคลื่อน
แม้กาลเวลาจะผ่านมานาน 3 ทศวรรษ แต่คอนเซ็ปต์โครงการยังคงเหมือนเดิม
ก่อสร้างเป็นตึกคู่สูง 36 ชั้น กับสูง 32 ชั้น พร้อมใต้ดิน 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 888,046 ตร.ม.และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 776,046 ตร.ม. มีครบทั้งสำนักงาน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม ศูนย์การค้า อาคารจอดรถ ศูนย์ประชุม
รวมถึงสถานีรับส่งผู้โดยสาร สำหรับรถโดยสารขนาดเล็ก วิ่งระยะทางไม่เกิน 200 กม. พัฒนาเป็น “สมาร์ทสเตชั่น” รูปแบบใหม่
แต่ด้วยสถานการณ์เปลี่ยน ล่าสุดทาง BKT กำลังจะแก้แบบ เขย่าสัดส่วนพื้นที่ของโครงการใหม่ แต่ความใหญ่เท่าเดิม
โดยปรับสัดส่วนพื้นที่ภายในแต่ละองค์ประกอบให้กลมกล่อม รับกับเทรนด์ตลาดในปัจจุบัน ลดพื้นที่อาคารสำนักงาน เพิ่มรีเทล โรงแรม ที่อยู่อาศัย
ส่วนเม็ดเงินลงทุน คงต้องขยับขึ้นตามต้นทุนและกาลเวลาที่ล่วงเลยมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ที่ดินหมอชิต เกิดจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาก่อสร้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องดำเนินโครงการใหม่ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนลงทุนในกิจการของรัฐ 2535
ปี 2556 ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยสถานะสัญญา กรมธนารักษ์ยังต้องปฏิบัติตามสัญญา
นำมาสู่การเจรจากับเอกชนใหม่ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนลงทุนในกิจการของรัฐ 2556 จนได้ข้อสรุปสุดท้าย ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา
ตำนาน 30 ปี ที่ดินหมอชิต ผ่านมือรัฐบาลและอธิบดีกรมธนารักษ์มาหลายยุค และมีความพยายามจะปิดมหากาพย์ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
มาถึงยุคปัจจุบัน อธิบดีอัครุตม์ สนธยานนท์ ตั้งเป้าหมายจะปิดมหากาพย์โครงการให้ได้ภายในปีนี้
จะเป็นไปได้ไหม ยังต้องรอลุ้น
แต่หากเป็นตามเป้าเท่ากับปิดตำนานมหากาพย์โปรเจ็กต์ค้างฟ้าได้สำเร็จ
และปิดฉากลานจอดรถฟรีขนาดใหญ่กลางกรุงไปด้วยเช่นกัน