ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
เห็นแล้วเศร้าสลด วัยหนุ่มสาวที่มีอนาคต กลับมาพบจุดจบอย่างน่าใจหาย ดูข่าวแล้วนํ้าตาซึม ภาวนา “ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย” กับเรื่องร้าย ๆ แบบนี้
ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซอย 1 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ต่างกับ “ซานติก้าผับ เอกมัย-เมาน์เทน บี สัตหีบ”
เป็นโศกนาฏกรรมในสถานประกอบการแหล่งบันเทิง ที่ผู้คนคาดหวังจะไปหาความสุข กลับพบความทุกข์ที่คร่าชีวิต
เกิดเรื่องที หน่วยงานภาครัฐก็ตื่นตัวที เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เหมือนเดิม คนไทยลืมง่าย ไม่จริงจังอะไรสักเรื่อง
เห็นด้วยกับคุณวินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ ศิษย์เก่าคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ที่โพสต์ผ่านโซเชียล
ว่าเขาเรียนจบคณะสถาปัตย์ แต่ทำงานเป็นสถาปนิกในเมืองไทยแค่เดือนเดียว ที่เหลือทำงานที่ต่างประเทศ
แต่แค่เดือนเดียวนั้น ก็ทำให้เขาเรียนรู้ว่า ในยุคนั้น (หวังว่าแค่ยุคนั้นยุคเดียว) แบบก่อสร้างอาคารสำนักงานมี 2 แบบ
แบบหนึ่งสร้างจริง อีกแบบใช้ขอใบอนุญาตจากราชการ
ปกติตึกทั่วไปมีบันไดหนีไฟ 2 จุด แบบขอใบอนุญาตมีทางหนีไฟครบถูกต้องตามหลักการออกแบบตึกสากล
ส่วนแบบก่อสร้างจริง ลดทางหนีไฟออกไปหนึ่งจุด เพื่อประหยัดค่าก่อสร้าง นั่นคือ “บทเรียน” เริ่มต้นชีวิตการทำงาน
ว่าบ้านเราเต็มไปด้วยคนโกง โกงแม้แต่เรื่องอันตรายต่อชีวิตคน โดยไม่แยแสชีวิตใคร ไม่มีจริยธรรม ไม่มีจรรยาบรรณของวิชาชีพ บ้านเรามีอาคารแบบนี้ไม่น้อย ด้วยความโลภของคนที่เกี่ยวข้อง
อย่างอาคารที่ถล่มไปตอนแผ่นดินไหว ถนนสายเจ็ดชั่วโคตรที่ตายบ่อยจนผู้สื่อข่าวขี้เกียจรายงานแล้ว
จนถึงเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด ก็อาจเป็น “ตัวอย่าง” ของเรื่องนี้
เกิดจากความโลภล้วน ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้น ทางการต่าง “ถอดบทเรียน” แล้วนำบทเรียนไปกองไว้ให้ฝุ่นจับอีก จนกว่าจะถอดบทเรียนใหม่อีกรอบ
แล้วชาวบ้านเดินดินอย่างเราจะทำอย่างไร ?
คำตอบคือ “ต้องดูแลตัวเอง”
เวลาไปศูนย์การค้า ก็ยอมเสียเวลานิดหนึ่ง มองหาทางหนีไฟด้วย เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอัคคีภัยหรือไม่
แต่ถ้ามันเกิด เราก็มีทางหนีทีไล่ ศูนย์การค้าที่วางพื้นที่ขายของ กีดขวางทางเดิน ก็เลี่ยงซะ ไปดูหนังที่ไหน ก็ดูทางหนีไฟเผื่อไว้ คิดซะว่า เราเป็นสายลับ เจสัน บอร์น ที่มีคนตามล่าตลอด ต้องหาทางหนีทุกที่ที่ไปเยือน เผื่อไว้เสมอ กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่คนอื่นถอด
ยึด 2 คำสอนทางพุทธให้มั่น
1.ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท 2.ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
จากกรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกำลังสืบสวนหาสาเหตุไฟไหม้
จากข้อมูลผับนี้ขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร เพื่อเลี่ยงมาตรฐานกำกับความปลอดภัยของสถานบริการ
มีการต่อเติม และใช้วัสดุติดไฟง่าย ทำให้ไฟลุกเร็วไม่กี่วินาที
คุณบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เธอลงพื้นที่ตรวจสอบ แล้วสันนิษฐานว่า
บริเวณเพดานเหนือเวทีการแสดงนั้น เต็มไปด้วยวัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย จำพวกดอกไม้เทียม ดอกไม้พลาสติก ซึ่งเป็นตัวเร่ง ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง
โดยเฉพาะเพดานจะปิดคลุมด้วยวัสดุโฟมเป็นฟองน้ำสีดำ ทำให้เราเห็นร่องรอยของหยดสีดำ ๆ เต็มพื้นทั่วไปหมด
นี่เป็นจุดสำคัญ ทำให้คนหนีไฟไม่ทัน แล้วไฟที่ไหม้พวกพลาสติกจะมีความร้อนสูงมาก แผ่ลงล่างและกระจายได้เร็ว คนแทบขยับตัวหนียากมาก
ที่สำคัญ “ทางออกฉุกเฉิน” ก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง
ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำจำนวนมาก เพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ผู้คนจะวิ่งหนีไปยังพื้นที่เหล่านี้ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
แต่เอาเข้าจริงบริเวณห้องน้ำเป็นแหล่งที่มีพลังงานความร้อนสะสมสูงที่สุด ลมจะดันพลังงานความร้อนเข้ามาเหมือนอัดเข้ามา ทำให้ขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่เพราะไฟคลอก
ยิ่งติดตามข่าว ยิ่งหดหู่
ใจก็คิด อยากให้คนโกงที่รัฐ คนโกงข้อสอบข้าราชการ คนโกงสัญชาติ ทั้งขบวนการและหัวเรือใหญ่
อัดอยู่ในห้องนี้แทน