จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ประเสริฐ จารึก
สองที่ดินแปลงใหญ่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยย่านทำเลทอง กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการต่อสัญญาเช่าระยะยาว
แปลงแรก “ตลาดนัดจตุจักร” ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่ 68 ไร่ ปัจจุบันเป็นทำเลที่ดี เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต มีกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการ สัญญาเช่าจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2570
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ไทม์ไลน์การยุติสัญญาเช่า แต่อยู่ที่การส่งสัญญาณของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังหวนคืนเก้าอี้เป็นสมัยที่สอง ได้ออกมาย้ำชัดอีกครั้งว่าพร้อมจะส่งคืนตลาดนัดจตุจักร กลับสู่อ้อมอกของการรถไฟฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริง
“กทม.เราแค่ทำหน้าที่ดูแลและบริหาร ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเมื่อปี 2561 ก็ลำบากเหมือนกัน เพราะกำหนดค่าเช่าต้องเก็บ 1,800 บาทต่อแผงต่อเดือน จะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตการรถไฟฯ”
ว่ากันว่าการส่งคืนตลาดนัดจตุจักรคงไม่มีปัญหา เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงทั้ง กทม.และกระทรวงคมนาคม ได้มีการบอกกล่าวกันแล้วทางวาจา
แต่ที่จะต้องมาพิจารณารายละเอียดกันต่อ คือหนี้ 1,338 ล้านบาท ที่ กทม.ค้างค่าเช่านับตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาบริหารตลาด
ถึงแม้ผู้ว่าฯ ชัชชาติจะยืนยันในหลักการอย่างหนักแน่น “เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องชำระ” หากได้ข้อสรุปตัวเลขที่ถูกต้องและเป็นธรรม
แต่ยังคงเป็นที่กังขา “ตลาดนัดจตุจักร” ซึ่งมีทั้งหมด 10,334 แผงค้า ขณะที่ กทม.เองก็เก็บค่าเช่าทุกเดือน แต่ทำไมถึงไม่จ่ายค่าเช่าให้กับการรถไฟฯ ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา
เพราะฟังจากผู้ค้าในตลาด แม้จะบ่นว่าค้าขายเงียบยิ่งกว่าโควิด ยอดขายหายไป 60% แต่ก็ยังกัดฟันจ่ายค่าเช่าทุกเดือนไม่เคยขาด ซึ่งค่าเช่าแผงในปัจจุบันมีตั้งแต่ 3,000-30,000 บาทต่อแผงต่อเดือน ขึ้นอยู่กับโซนพื้นที่ว่าเป็นมุมอับหรือมุมคนนิยมเดิน
และสิ่งที่ผู้ค้ากังวลอย่างมาก หากมีการเปลี่ยนมือจาก กทม.ไปอยู่กับการรถไฟฯ จะจ่ายค่าเช่าแพงขึ้นเหมือนปี 2555 ในอัตรา 3,157 บาทต่อแผงต่อเดือน หลังการรถไฟฯ รับช่วงต่อจาก กทม.ถึงปี 2561 ก่อนที่ “รัฐบาลประยุทธ์” จะมีมติส่งคืน กทม.เหมือนเดิม

อีกแปลงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “ตลาด อ.ต.ก.” พื้นที่ประมาณ 35 ไร่ อยู่ไม่ไกลตลาดนัดจตุจักรและรถไฟฟ้า MRT สถานีกำแพงเพชร จะหมดสัญญาปลายปี 2570 ที่จะถึงนี้
“ตลาด อ.ต.ก.” อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นตลาดสดพรีเมี่ยมเลื่องชื่อและเคยได้รับยกย่องจากต่างชาติว่าเป็นตลาดสดที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกเมื่อปี 2560
ปัจจุบันตลาด อ.ต.ก.กำลังเผชิญวิกฤตกำลังซื้อและจำนวนร้านค้าที่ลดน้อยถอยลง จากเศรษฐกิจที่ซบเซา และความไม่แน่นอนของสัญญาเช่ากับการรถไฟฯ ที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้ต่ออีกกี่ปีและราคาค่าเช่าที่ต้องจ่ายเท่าไหร่
แม่ค้าขายผลไม้ร้านหนึ่งเล่าว่า ตอนนี้ร้านค้าในตลาดหายไปร่วม ๆ 40% หลังค้าขายไม่ดี ยอดขายหายไปมากกว่า 50-60% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำ แต่ไม่ได้ซื้อในปริมาณมากเหมือนเมื่อก่อน
อย่างที่ร้านก็ต้องปรับตัว จากเมื่อก่อนเช่าด้านหน้า 2 ล็อก จ่ายค่าเช่า 20,000 บาทต่อล็อกต่อเดือน ตอนนี้ขยับมาเช่าด้านหลังและลดจำนวนเหลือเพียงล็อกเดียว เพราะจ่ายค่าเช่าถูกกว่า 10,000 บาทต่อล็อกต่อเดือน เลยทำให้ยังพออยู่ได้ แต่ไม่รู้ว่าหลังหมดสัญญากับการรถไฟฯ แล้วค่าเช่าจะปรับขึ้นอีกไหม สิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือการปรับปรุงพื้นที่ตลาด เพราะไม่ได้ทำมานานแล้ว
นี่คือเสียงสะท้อนของผู้ค้าของทั้งสองตลาด ระดับแลนด์มาร์กของประเทศ ที่ส่งตรงถึงผู้บริหาร และรัฐบาล อย่าปล่อยปละละเลย หากไม่เร่งปรับเปลี่ยน อาจจะเหลือแค่ตำนานก็เป็นไปได้ !