‘เงินเดือนสูง’ ผิดตรงไหนถึงได้ขึ้นน้อย
คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ https://tamrongsakk.blogspot.com
ปัญหายอดนิยมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนเรื่องหนึ่งที่ผมมักจะเจอในบางบริษัทคือ เวลาถึงรอบการขึ้นเงินเดือนประจำปี ฝ่ายบริหารมักจะมีนโยบายว่า ผู้บริหารจะได้รับการขึ้นเงินเดือนในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าพนักงาน
โดยให้เหตุผลว่า ผู้บริหารเงินเดือนสูงกว่าผู้ใต้บังคับบัญชา
แถมยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง จากผู้บริหารที่กำหนดนโยบายนี้ว่า ผู้บริหารที่เงินเดือนสูงแล้วน่ะมีเงินเดือนเยอะพอแก่การครองชีพแล้ว
ก็เลยต้องเอางบประมาณมาให้กับพนักงานที่เงินเดือนน้อยกว่า เพื่อช่วยเหลือให้เขามีเงินเดือนที่พอกินพอใช้มากกว่านี้
พูดง่าย ๆ ว่า เป็นผู้บริหารมีฐานเงินเดือนเยอะกว่าลูกน้องก็เลยต้องเสียสละ โดยได้รับการขึ้นเงินเดือนในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าลูกน้อง
ยกตัวอย่าง เช่น บริษัทแห่งหนึ่งบอร์ดอนุมัติงบประมาณขึ้นเงินเดือนประจำปี 5%
เวลาคิดงบประมาณขึ้นเงินเดือนก็จะกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงาน
คือถ้าใครได้รับการประเมินผลงานในเกรด C ก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือน 5% ของฐานเงินเดือน
บริษัทแห่งนี้ก็เลยกำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้ว่า ถ้าผู้บริหารที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ถ้าได้รับการประเมินผลงานในเกรด C จะได้รับการขึ้นเงินเดือน 4%
ในขณะที่ผู้บริหารหรือพนักงานที่เงินเดือนต่ำกว่า 50,000 บาทลงมา ถ้าได้รับการประเมินผลในเกรด C จะได้รับการขึ้นเงินเดือน 5%
และใช้แนวคิดเดียวกันนี้กับผลการประเมินในเกรดอื่น ๆ ด้วยนะครับ
เช่น ถ้าผู้บริหารที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป แล้วได้รับการประเมินผลงานเกรด B ก็จะได้รับการขึ้น
เงินเดือน 6% ถ้าได้รับการประเมินผลเกรด A จะได้รับการขึ้นเงินเดือน 9%
แต่ถ้าเป็นผู้บริหารหรือพนักงานที่เงินเดือนต่ำกว่า 50,000 บาทลงไปก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือนที่มากกว่า คือ ถ้าได้เกรด B = 7% เกรด A = 10%
คำถามคือ นโยบายแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ?
ผมก็ให้ความเห็นส่วนตัวไปว่า นโยบายอย่างนี้ขัดกับหลักความเสมอภาคและความเป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนครับ
เพราะถ้าฝ่ายบริหารมีนโยบายดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เป็นผู้บริหารเงินเดือนมากกว่าลูกน้องก็เลยจำเป็นต้องขึ้นเงินเดือนให้เป็นเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าลูกน้องนั้น
คำถามคือ “เป็นความผิดของผู้บริหารที่เงินเดือนสูงหรือครับ”
ถึงต้องขึ้นเงินเดือนในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าลูกน้อง ??
แล้วอย่างนี้ต่อไป ใครอยากจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ??
และใครอยากจะทำงานให้ได้รับเงินเดือนสูงมากขึ้น
เพราะถ้าเงินเดือนถึงจุดที่บริษัทกำหนดก็จะถูกทำโทษให้ได้รับการขึ้นเงินเดือนในเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงซะงั้น !
แถมผู้บริหารที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี มีฝีมือที่รับนโยบายนี้ไม่ได้ แล้วลาออกไปล่ะ
บริษัทก็ต้องไปหาคนมาทำแทน ซึ่งแน่ล่ะต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาคนใหม่มาแทนคนเก่าที่ลาออกไป
แถมคนในก็จะไม่อยาก Promote หรือไม่อยากจะรับผิดชอบอะไรให้มากขึ้น
เพราะกลัวว่า ถ้าเงินเดือนเกินที่กำหนดก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือนลดลง
ก็เลยร้องเพลงสบายกว่ากันเยอะ เลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า
แต่ถ้าบริษัทจะหาคนนอกเข้ามาแทน แล้ววันหนึ่งคนนอกคนนี้เขารู้ว่า เงินเดือนเขาเกินที่บริษัทกำหนดไว้
เขาก็เลยได้รับการขึ้นเงินเดือนในเปอร์เซ็นต์ที่ลดลง เมื่อเทียบกับลูกน้อง
เขายังอยากจะทำงานอยู่ต่อไปไหมครับ
แล้วก็จะเกิด “ปัญหาเดิม” วนเวียนแบบวนลูปแบบนี้ต่อไปหรือไม่
ฝากให้คิดนะครับ…
แต่ถ้าคิดแล้ว ยังยืนยันจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไปก็เอาที่สบายใจเลยครับ