ทำไมต้องกำหนดให้ลาพักร้อนไม่เกินกี่วัน
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com
เรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า เมื่อบริษัทกำหนดให้พนักงานมีสิทธิลาพักร้อนแล้ว ทำไมต้องมาบังคับกันด้วยว่า ให้ลาพักร้อนไม่เกินกี่วัน จะลาพักร้อนรวดเดียวยาว ๆ เต็มสิทธิไม่ได้เลยเหรอไง
เช่น พนักงานมีสิทธิลาพักร้อนได้ปีละ 10 วัน แต่หัวหน้าบอกว่า ให้ลาพักร้อนได้ไม่เกินครั้งละ 3 วัน ลูกน้องก็บอกว่า อยากจะลา 5 วันเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะลาแค่ 3 วันมันไม่พอน่ะ
เรื่องอย่างนี้ ถ้าเอามาตรา 30 ของกฎหมายแรงงานมาคุยกันก็คงจบยากแหละครับ
แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายคิดแบบใจเขา-ใจเรา ในมุมของอีกฝ่ายหนึ่ง และมีแรงงานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็ไม่ควรจะต้องเอาข้อกฎหมายมาพูดเอาชนะคะคานกันให้เสียความรู้สึก
เรื่องนี้ ถ้ามองในมุมของหัวหน้า เหตุผลหลัก ๆ ที่ไม่อยากให้ลูกน้องลาพักร้อนหลาย ๆ วันติดกันก็คือ
1.กลัวว่าไม่มีคนมาทำงานแทน ถ้าหากลูกน้องลาพักร้อนไปหลาย ๆ วัน เดี๋ยวงานจะสะดุดหรือมีปัญหา
2.ลูกน้องที่ใช้สิทธิลาพักร้อนหลายวัน มักจะใช้สิทธิรวมกับวันหยุดแบบ Long Weekend พอเปิดทำงานมาก็จะไม่มีคนทำงาน ทำให้งานมีปัญหา
3.ถ้าอนุญาตให้ลูกน้องคนนี้ลาพักร้อนหลายวันติดกัน เดี๋ยวคนอื่นขอใช้สิทธิบ้างก็จะทำให้งานมีปัญหา
คือถ้าตัดเหตุผลเรื่องที่หัวหน้าไม่ชอบขี้หน้าลูกน้องเป็นการส่วนตัวออกไป ผมก็เชื่อว่า เหตุผลหลักของคนเป็นหัวหน้าคือ มองในแง่ของงาน ทั้งหัวหน้าที่รับผิดชอบภาพรวม โดยกลัวว่า งานจะมีปัญหา ถ้าให้ลูกน้องลาพักร้อนหลาย ๆ วัน
อันนี้เป็นมุมมองจากคนที่เคยเป็นหัวหน้านะครับ เพราะก่อนเป็นหัวหน้า ผมก็เป็นลูกน้องมาก่อน
แล้วถ้ามองในมุมลูกน้องล่ะ แน่นอนก็จะมีเหตุผลว่า
1.การลาพักร้อนเป็นสิทธิของฉัน ก็ฉันมีสิทธิปีละ 10 วัน จะขอลาไปเที่ยว 5 วันยังไม่เกินสิทธิสักหน่อย
2.ช่วงที่ลาพักร้อนอยู่ เพื่อนก็สามารถทำงานแทนได้ หรือถ้างานมีปัญหามากจริง ๆ เดี๋ยวนี้ก็ติดต่อได้ไม่ว่าทางโทรศัพท์หรือสื่อโซเชียล ไม่มีปัญหาอะไรหรอก
เมื่อมองในมุมของแต่ละฝ่ายอย่างนี้แล้ว ทั้งหัวหน้ากับลูกน้องคงต้องมาคุยกันแหละครับ
โดยดูข้อเท็จจริงที่หน้างานกันว่า ลูกน้องจะสร้างความมั่นใจให้หัวหน้าได้มากน้อยแค่ไหนว่า ถ้าหัวหน้าอนุมัติให้ลาหยุดพักร้อนไปหลาย ๆ แล้ว จะทำให้งานที่รับผิดชอบอยู่สะดุดชะงักหรือมีปัญหาใด ๆ ไหม
มีใครทำแทนหรือแก้ปัญหาเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงถ้ามีเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วนจริง ๆ ที่จำเป็นจะต้องติดต่อลูกน้องจะติดต่อกันยังไง เพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉิน (ถ้ามี)
ขณะที่หัวหน้าก็อาจจะใช้การลาพักร้อนหลาย ๆ วันของลูกน้องเป็นโอกาสในการซ้อมแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan)
โดยคิดใหม่อีกมุมหนึ่งว่า ถ้าลูกน้องคนนี้เกิดมีปัญหากะทันหัน เช่น อุบัติเหตุ, ป่วย, ลาออกทันทีทันใด ฯลฯ จะทำยังไงไม่ให้งานที่คนนี้รับผิดชอบอยู่มีปัญหา ใครจะทำแทนได้ ฯลฯ
เพราะไม่ควรมีใครที่เก็บงานเอาไว้กับตัวมากเสียจน ถ้าขาดคนคนนั้นแล้ว จะทำให้เกิดผลกระทบหนัก ๆ กับหน่วยงานหรือองค์กรนะครับ
ไม่งั้นจะเกิดปัญหาการจับงานเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองเงินเดือนกันในอนาคตได้
แถมยังจะเกิดปัญหาการทำ Career Path หรือการทำผังทดแทน (Succession Plan) ก็มีปัญหาตามมา
เพราะคนที่ชอบเก็บงานเก็บความสำคัญไว้กับตัวเอง ไม่ชอบสอนงานใครหรอกครับ เพราะกลัวตัวเองจะเสียอำนาจการต่อรอง
ข้อคิดอีกเรื่อง คือบางครั้งจะพบว่า การที่พนักงานไม่เคยใช้สิทธิลาพักร้อนเลย จะเจ็บจะป่วยยังไงก็กระเสือกกระสนมาทำงานนี่เป็นเรื่องไม่ค่อยปกตินะครับ
หัวหน้าหลายคนอาจชอบและมองว่า ลูกน้องคนนี้ขยันรับผิดชอบงานดีมาก เพราะไม่เคยป่วย สาย ลา ขาดงาน ฯลฯ
เพราะผมเคยเจอมาบางเคสที่ไม่เคย (และไม่ยอม) หยุดเลยนี่ เพราะกำลังนั่งทับปัญหาอะไรบางอย่างอยู่
โดยเฉพาะพนักงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เวลาสอบสวนการทุจริต มักพบว่าเป็นพนักงานที่
ไม่เคยลาหยุดอะไรเลย หรือลาน้อยมาก ๆ เพราะกลัวมีคนมาทำแทนแล้วจะรู้ว่าตัวเองนั่งทับอะไรไว้
เมื่อเข้าใจมุมมองของแต่ละฝ่ายและพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลแล้วก็น่าจะหาจุดที่ Win-Win ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องในเรื่องนี้ได้แล้วนะครับ