เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พลังงานยุคใหม่

11 ม.ค. 2567 | 15:55น.

คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

เห็นจังหวะก้าวของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว ต้องยอมรับว่าเหนือความคาดหมาย

ตอนที่ปรับลดราคาค่าไฟฟ้าในช่วงแรก ผมก็ยังเฉย ๆ เพราะเป็นแค่การที่รัฐต้องเข้ามารับภาระเพิ่มแทนประชาชน

แต่การตัดสินใจรื้อโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์มานานว่าเป็นโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

ในอดีตสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ขุดก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้

เรานำก๊าซธรรมชาติส่วนหนึ่งมาใช้ผลิตปิโตรเคมี เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่เหลือเฟือในเวลานั้น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อดีมานด์การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างการใช้ก๊าซธรรมชาติกับธุรกิจปิโตรเคมีมากขึ้น

เพราะต้นทุนราคาเท่ากับที่รัฐซื้อมาผลิตไฟฟ้า

เพราะก๊าซธรรมชาติถ้านำไปผลิตไฟฟ้า หรือก๊าซหุงต้ม ประชาชนจะได้ประโยชน์โดยตรง

แต่นำไปเข้าโรงงานแยกก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นสารตั้งต้นของธุรกิจปิโตรเคมี

ธุรกิจปิโตรเคมีได้ประโยชน์โดยตรง

ส่วนประชาชนจะได้ทางอ้อมจาก “ต้นทุน” สินค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต่ำ ราคาก็จะต่ำลงด้วย

คำถามเรื่องโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาตินี้เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น

ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าที่พุ่งกระฉูดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การตัดสินใจของคุณพีระพันธุ์ ที่ให้ธุรกิจปิโตรเคมีซื้อก๊าซธรรมชาติในราคาที่แพงขึ้น เพื่อตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้ประชาชน จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายครั้งสำคัญ

ในทางการเมือง “พีระพันธุ์” คือ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนเก่าในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นคนของพรรครวมไทยสร้างชาติ

คำถามก็คือ ทำไมการตัดสินใจในเรื่องเดียวกันจึงเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี

น่าสนใจมาก

แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ แนวคิดต่อไปของ “พีระพันธุ์” ที่จะรื้อโครงสร้างพลังงานอีก

เขาประกาศว่าจะเปิดเสรีการนำเข้าน้ำมัน

รายละเอียดไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร

แต่พาดหัวแค่นี้ก็น่าติดตามแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจกว่า คือ การรื้อระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อให้การใช้พลังงานไฟฟ้าจาก Solar Roof Top ภายในครัวเรือนเป็นไปโดยสะดวก

ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่คงตั้งคำถามมานานว่า เมื่อเมืองไทยมี “แสงอาทิตย์” เป็นพลังงาน “ของฟรี”

สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าใช้ในครัวเรือนได้

และเทคโนโลยีวันนี้ แผงโซลาร์เซลล์ก็ราคาถูกลงมาก

ทำไมเราไม่หาทางให้คนไทยผลิตไฟฟ้าใช้กันเองในบ้าน

รถอีวี รัฐบาลยังให้การสนับสนุนทางการเงินเลย ทั้งที่มีคนได้ประโยชน์ คือ กลุ่มคนที่มีเงินซื้อรถเท่านั้น

แต่ทำไมถึงไม่สนับสนุนให้มีการผลิตไฟฟ้าเองจากแสงอาทิตย์ในราคาถูก ๆ

ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์ คือ คนส่วนใหญ่ในประเทศ

เพราะนี่คือ การลดรายจ่ายที่ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ “พลิกมุมคิด”

เอา “ประชาชน” เป็นที่ตั้ง

คิดถึง “ประชาชน” ก่อนรัฐวิสาหกิจที่เคยได้ประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้า

ต้องยอมรับว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนตาม

เหมือนองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และการสื่อสารแห่งประเทศไทย ในอดีตที่ถูกดิสรัปต์จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

ลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าทุกบ้านมี Solar Roof Top ผลิตไฟฟ้าเอง

มีส่วนเกินก็ขายให้การไฟฟ้าฯ ในราคาที่เป็นธรรม

โรงงานอุตสาหกรรมติด Solar Roof Top ทั้งหมด

ช่วงวันหยุดซึ่งคนใช้ไฟฟ้ามากที่สุดก็ขายให้การไฟฟ้าฯ

เมืองไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ประเทศไทยอาจไม่มีน้ำมันที่เป็นพลังงานใต้ดิน

แต่เรามีพลังงานบนท้องฟ้าเป็นของตัวเอง

ยิ่งโลกวันนี้ที่พูดถึงเรื่อง “ความยั่งยืน”

พลังงานบริสุทธิ์อย่างพลังงานแสงอาทิตย์น่าจะเป็นคำตอบของวันนี้และอนาคต

และนี่คือ “ความมั่นคงทางพลังงาน” ที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงาน หนุ่มเมืองจันท์