เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรอบ ‘เคยชิน’

21 ก.ย. 2568 | 08:19น.

คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

คอนเสิร์ต Wednesday Song ครั้งที่ 12 เพิ่งจบไป

ผมมานั่งทบทวนดู มีเรื่องไม่น่าเชื่อหลายเรื่อง

เรื่องแรก ผมมาอยู่ในแวดวงนี้ได้อย่างไร

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลง รู้จักศิลปินและเพลงแบบคนฟังเพลงทั่วไป ไม่เคยจัดคอนเสิร์ตเลย

ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงมาก่อน

ย้อนเวลากลับไปแค่ปีเดียว จะจินตนาการอย่างไรก็จินตนาการไม่ออก ว่าจะมาอยู่ในจุดนี้ได้ 55

เรื่องที่สอง เวลาแค่ 9 เดือน ผมจัดคอนเสิร์ตมาแล้ว 12 ครั้ง

เยอะมากจนงง

ผมเริ่มจัด Wednesday Song แบบ “คนไม่รู้”

เอ๊ะ…กับทุกเรื่อง

ตอนแรกกะจัดแบบสัปดาห์เว้นสัปดาห์

ตอนหลังเป็นเดือนละครึ่ง

คิดแบบ “คนไม่รู้” ไม่รู้ว่ากว่าเขาจะขายบัตรคอนเสิร์ตต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน

ไม่รู้-ไม่รู้-ไม่รู้

จนกลายเป็น “ความรู้ใหม่”

ตอนทำคอนเสิร์ตในวันพุธ ที่โรงละครสยามพิฆเนศ ซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์

คนก็สงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร

เพราะตามปกติคนจะไปดูคอนเสิร์ตกันวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

หรือวันศุกร์ที่กลับดึกได้ เพราะวันรุ่งขึ้นไม่ได้ทำงาน

แต่พอทำลาย “ความเชื่อเดิม” ว่าวันพุธก็มา Wednesday Song ได้ เพราะคอนเสิร์ตของเราใช้เวลาไม่นาน

ครั้งล่าสุด “อิ้งค์-วรันธร” เพิ่งบอกบนเวที ว่าไม่น่าเชื่อที่คอนเสิร์ตวันพุธจะมีคนดูเต็มโรง

สำหรับผม นี่คือตัวอย่างของคำว่า “กรอบความเคยชิน”

ที่สำคัญผมกับ “เอก” ของโรงละครสยามพิฆเนศ คิดเหมือนกันคือ จะทำ “จุดอ่อน” ให้เป็น “จุดแข็ง”

โรงละครก็เหมือนกับโรงหนัง คนจะแน่นช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

ส่วนวันธรรมดาจะไม่ค่อยมีลูกค้า

ปล่อยพื้นที่ไว้ว่าง ๆ เอามาจัดงานดีกว่า

แนวคิดนี้ผมเชื่อว่าเจ้าของกิจการทุกคนคิด แต่ทำอย่างไรจะทำลาย “กรอบความเคยชิน” เดิม ๆ ได้

ล่าสุด ผมกับ “สุพจน์” เพื่อนผมที่ทำโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงกำลังคิดไอเดียใหม่เรื่องหนึ่ง

โรงเบียร์เปิดเฉพาะช่วงค่ำทุกวัน

จะแน่นมากช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

แต่กลางวันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร

ช่วงกลางวันวันธรรมดาไม่เป็นไร คงไม่มีใครไปกินอาหารหรือดูคอนเสิร์ต

แต่ช่วงกลางวันวันเสาร์หรืออาทิตย์น่าจะทำอะไรได้

เพราะคนทำงานว่าง

คอนเสิร์ต/ทอล์กโชว์ ยังมีรอบกลางวันวันหยุดเลย

ทำไมโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงจะเปิดขายอาหารและมีคอนเสิร์ตช่วงกลางวันวันอาทิตย์ไม่ได้

เป็น “ช่องว่าง” การตลาดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

กลุ่มเป้าหมายก็คือ “ผู้ใหญ่” ที่เลิกเที่ยวกลางคืนแล้ว

อยู่ดึกมากก็ไม่สนุกเหมือนเดิม

แต่ยังอยากไปกินข้าวอร่อย ๆ กับเพื่อนและดูคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบเหมือนเดิม

จะนัดกันวันธรรมดาก็ไม่ว่าง

กลางวันวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุด นัดกันง่ายกว่า

นั่นคือที่มาของโครงการ Sunday Lunch & Live

หมุนเข็มนาฬิกาแห่งความสุข

เปลี่ยนจาก “เที่ยงคืน” เป็น “เที่ยงวัน”

อาหารที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงก็อร่อย ชวนใครมากินก็ชอบ

เวที วงดนตรีก็พร้อม

แค่เติมศิลปินเข้าไปให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

น่าจะเป็นโครงการใหม่ที่น่าสนใจ

ตอนที่คุยกัน ผมเสนอตัวมาช่วย “ออกแบบประสบการณ์” ใหม่ให้ ถือเป็นการทดสอบไอเดียของตัวเอง

อย่างเรื่องเล็ก ๆ เช่น ตอนกินข้าวควรมี ดีเจ.เปิดเพลงไหม

น้อง ๆ บอกว่าควรมี เพื่อความสนุก

แต่ผมเสนอไม่ควรเปิด หรือเปิดเพลงเบา ๆ

ให้ช่วงแรกของการกินอาหารเที่ยงเป็นช่วงของการคุย

เพื่อนเก่ามาเจอกันจะเมาท์มอยกัน ยังไม่ได้อยากฟังเพลง

ถ้าเปิดเพลงดัง เราจะต้องตะโกนคุย

ไม่สนุก

ให้เขาเก็บเสียงไว้ตอนดูคอนเสิร์ตดีกว่า

ช่วงนั้นจะดังเท่าไร ไม่มีใครว่า เพราะจะตะโกนร้องเพลงกับเพื่อนอยู่แล้ว

และยังมีอะไรสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่คิดไว้

“สุพจน์” จะเริ่มต้นโครงการนี้ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาแจ้งวัฒนะก่อน

เปิดขายบัตรวันอาทิตย์นี้ และจะแสดงจริงวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม

ศิลปินคนแรกคือ “แอม-เสาวลักษณ์”

เรื่องนี้แค่คิดก็สนุกแล้วครับ

เพราะ “ความเสี่ยง” ทางธุรกิจอยู่ที่เพื่อน

ผมไม่เกี่ยว 555