คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
คอนเสิร์ต Wednesday Song ครั้งที่ 12 เพิ่งจบไป
ผมมานั่งทบทวนดู มีเรื่องไม่น่าเชื่อหลายเรื่อง
เรื่องแรก ผมมาอยู่ในแวดวงนี้ได้อย่างไร
ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลง รู้จักศิลปินและเพลงแบบคนฟังเพลงทั่วไป ไม่เคยจัดคอนเสิร์ตเลย
ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงมาก่อน
ย้อนเวลากลับไปแค่ปีเดียว จะจินตนาการอย่างไรก็จินตนาการไม่ออก ว่าจะมาอยู่ในจุดนี้ได้ 55
เรื่องที่สอง เวลาแค่ 9 เดือน ผมจัดคอนเสิร์ตมาแล้ว 12 ครั้ง
เยอะมากจนงง
ผมเริ่มจัด Wednesday Song แบบ “คนไม่รู้”
เอ๊ะ…กับทุกเรื่อง
ตอนแรกกะจัดแบบสัปดาห์เว้นสัปดาห์
ตอนหลังเป็นเดือนละครึ่ง
คิดแบบ “คนไม่รู้” ไม่รู้ว่ากว่าเขาจะขายบัตรคอนเสิร์ตต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
ไม่รู้-ไม่รู้-ไม่รู้
จนกลายเป็น “ความรู้ใหม่”
ตอนทำคอนเสิร์ตในวันพุธ ที่โรงละครสยามพิฆเนศ ซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์
คนก็สงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร
เพราะตามปกติคนจะไปดูคอนเสิร์ตกันวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
หรือวันศุกร์ที่กลับดึกได้ เพราะวันรุ่งขึ้นไม่ได้ทำงาน
แต่พอทำลาย “ความเชื่อเดิม” ว่าวันพุธก็มา Wednesday Song ได้ เพราะคอนเสิร์ตของเราใช้เวลาไม่นาน
ครั้งล่าสุด “อิ้งค์-วรันธร” เพิ่งบอกบนเวที ว่าไม่น่าเชื่อที่คอนเสิร์ตวันพุธจะมีคนดูเต็มโรง
สำหรับผม นี่คือตัวอย่างของคำว่า “กรอบความเคยชิน”
ที่สำคัญผมกับ “เอก” ของโรงละครสยามพิฆเนศ คิดเหมือนกันคือ จะทำ “จุดอ่อน” ให้เป็น “จุดแข็ง”
โรงละครก็เหมือนกับโรงหนัง คนจะแน่นช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
ส่วนวันธรรมดาจะไม่ค่อยมีลูกค้า
ปล่อยพื้นที่ไว้ว่าง ๆ เอามาจัดงานดีกว่า
แนวคิดนี้ผมเชื่อว่าเจ้าของกิจการทุกคนคิด แต่ทำอย่างไรจะทำลาย “กรอบความเคยชิน” เดิม ๆ ได้
ล่าสุด ผมกับ “สุพจน์” เพื่อนผมที่ทำโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงกำลังคิดไอเดียใหม่เรื่องหนึ่ง
โรงเบียร์เปิดเฉพาะช่วงค่ำทุกวัน
จะแน่นมากช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
แต่กลางวันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร
ช่วงกลางวันวันธรรมดาไม่เป็นไร คงไม่มีใครไปกินอาหารหรือดูคอนเสิร์ต
แต่ช่วงกลางวันวันเสาร์หรืออาทิตย์น่าจะทำอะไรได้
เพราะคนทำงานว่าง
คอนเสิร์ต/ทอล์กโชว์ ยังมีรอบกลางวันวันหยุดเลย
ทำไมโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงจะเปิดขายอาหารและมีคอนเสิร์ตช่วงกลางวันวันอาทิตย์ไม่ได้
เป็น “ช่องว่าง” การตลาดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
กลุ่มเป้าหมายก็คือ “ผู้ใหญ่” ที่เลิกเที่ยวกลางคืนแล้ว
อยู่ดึกมากก็ไม่สนุกเหมือนเดิม
แต่ยังอยากไปกินข้าวอร่อย ๆ กับเพื่อนและดูคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบเหมือนเดิม
จะนัดกันวันธรรมดาก็ไม่ว่าง
กลางวันวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุด นัดกันง่ายกว่า
นั่นคือที่มาของโครงการ Sunday Lunch & Live
หมุนเข็มนาฬิกาแห่งความสุข
เปลี่ยนจาก “เที่ยงคืน” เป็น “เที่ยงวัน”
อาหารที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงก็อร่อย ชวนใครมากินก็ชอบ
เวที วงดนตรีก็พร้อม
แค่เติมศิลปินเข้าไปให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
น่าจะเป็นโครงการใหม่ที่น่าสนใจ
ตอนที่คุยกัน ผมเสนอตัวมาช่วย “ออกแบบประสบการณ์” ใหม่ให้ ถือเป็นการทดสอบไอเดียของตัวเอง
อย่างเรื่องเล็ก ๆ เช่น ตอนกินข้าวควรมี ดีเจ.เปิดเพลงไหม
น้อง ๆ บอกว่าควรมี เพื่อความสนุก
แต่ผมเสนอไม่ควรเปิด หรือเปิดเพลงเบา ๆ
ให้ช่วงแรกของการกินอาหารเที่ยงเป็นช่วงของการคุย
เพื่อนเก่ามาเจอกันจะเมาท์มอยกัน ยังไม่ได้อยากฟังเพลง
ถ้าเปิดเพลงดัง เราจะต้องตะโกนคุย
ไม่สนุก
ให้เขาเก็บเสียงไว้ตอนดูคอนเสิร์ตดีกว่า
ช่วงนั้นจะดังเท่าไร ไม่มีใครว่า เพราะจะตะโกนร้องเพลงกับเพื่อนอยู่แล้ว
และยังมีอะไรสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่คิดไว้
“สุพจน์” จะเริ่มต้นโครงการนี้ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาแจ้งวัฒนะก่อน
เปิดขายบัตรวันอาทิตย์นี้ และจะแสดงจริงวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม
ศิลปินคนแรกคือ “แอม-เสาวลักษณ์”
เรื่องนี้แค่คิดก็สนุกแล้วครับ
เพราะ “ความเสี่ยง” ทางธุรกิจอยู่ที่เพื่อน
ผมไม่เกี่ยว 555