เมื่อพูดถึงฟุตบอลโลก ชื่อของ ‘เม็กซิโก’ จะถูกจารึกไว้ในฐานะเจ้าภาพตลอดกาลอยู่เสมอ เพราะในปี 2026 นี้ เม็กซิโกจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 (ต่อจากปี 1970 และ 1986)
แม้ในครั้งนี้จะเป็นการจัดร่วมกับกลุ่มภูมิภาคอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา และแคนาดา) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า วัฒนธรรมมหกรรมฟุตบอล ที่ผ่านมากว่า 56 ปี หยั่งรากให้เม็กซิโกกลายเป็น “เจ้าภาพปีลึกตลอดกาล” ของแฟนบอลทั่วโลก
ทว่า ในฐานะ “ประเทศเบอร์ 2 ด้านเศรษฐกิจแห่งละตินอเมริกา” (รองจากบราซิล) หลังฉากความคึกคักและแสงสีของฟุตบอลโลก เม็กซิโกในปี 2026 ต้องเผชิญหน้ากับมรสุมทางเศรษฐกิจมหภาค ไม่ต่างจากไทยเรา
สวนทางกระแสบอลโลก สถาบันการเงินรุมหั่น GDP ปี 2026 ต่ำกว่า 1%
แม้ว่ามหกรรมกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มักจะดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ แต่รายงานล่าสุดจากสถาบันการเงินใหญ่ 9 แห่ง รวมถึง Scotiabank, Mifel, Bank of America, และ Santander กลับแสดงความกังวล พากันปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของเม็กซิโกในปี 2026 ลงมาอยู่ต่ำกว่า 1.0%
Scotiabank ประเมินว่าเศรษฐกิจเม็กซิโกจะเติบโตเพียง 0.7% เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์ของประเทศที่ 2.1%
ซึ่งมองว่า แผนงบประมาณของกระทรวงการคลังเม็กซิโก (SHCP) ที่ตั้งเป้าว่า GDP จะโตถึง 2.3% นั้น “มองโลกในแง่ดีเกินไป” และตลาดประเมินว่าเม็กซิโกอาจต้องเผชิญกับภาวะการขาดดุลทางการคลังที่พุ่งสูงเกิน 4% ถึง 5% ของ GDP
สงครามภาษี ศึกทบทวนข้อตกลง USMCA
ใหญ่เบอร์ 2 ของตินต้องสะดุด เพราะเหตุฉุดทั้งในและนอกประเทศ
- มาตรการภาษีบังคับจากสหรัฐ: สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเตรียมจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 10% ถึง 12.5% กับสินค้าที่เชื่อมโยงกับประเด็นแรงงานบังคับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตเพื่อการส่งออกอันเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจเม็กซิโก
- USMCA ไม่แน่นอน: ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ USMCA เข้าสู่ช่วงเวลาทบทวนข้อตกลง ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่างชาติและฉุดรั้งการลงทุนจากภาคเอกชน
- คลังรัดเข็มขัด: รัฐบาลเม็กซิโกกำลังอยู่ในกระบวนการปรับลดงบประมาณรายจ่ายและควบคุมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเพื่อควบคุมตัวเลขขาดดุล ส่งผลให้อุปสงค์และแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลงตามไปด้วย
เงินเฟ้อ และคำแนะนำจาก OECD
เช่นเดียวกัน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของเม็กซิโกปี 2026 ลงเหลือ 0.8% และให้คำแนะนำว่า ธนาคารกลางเม็กซิโก (Banxico) จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับที่เข้มงวดต่อไป
เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 3% (คาดว่าจะทำสำเร็จในปี 2027 ที่ระดับ 3.2%) พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อขยายฐานรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินสาธารณะ
ปี 2026 จึงเป็นปีที่เม็กซิโกต้องสวมหมวกสองใบ ในด้านหนึ่งคือการเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและวัฒนธรรมลูกหนังระดับโลกที่จะต้อนรับผู้คนจากทั่วมุมโลก
แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันแก้โจทย์หินทางเศรษฐกิจ เพื่อประคับประคองสถานะมหาอำนาจ GDP เบอร์ 2 ของละตินอเมริกา ไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ ภายใต้กระแสทิศทางเศรษญกิจโลก