เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
Finance ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
การศึกษา มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
“7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
Business “7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
Finance FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Economic พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
Tech Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
Biz Movement แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
Finance ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
กทม.เซ็น 1.3 พันล้านสร้างถนนใหม่เชื่อม ‘เทพรักษ์-วงแหวนตะวันออก’ เสร็จ ส.ค. 71
Real Estate กทม.เซ็น 1.3 พันล้านสร้างถนนใหม่เชื่อม ‘เทพรักษ์-วงแหวนตะวันออก’ เสร็จ ส.ค. 71
ดูทั้งหมด

หัวใจล้มเหลว “APSC” ผนึก “แพทย์” ทั่วเอเชียแปซิฟิก ยืดอายุผู้ป่วย

31 ก.ค. 2566 | 14:09น.
หัวใจ

ภัยเงียบ “หัวใจล้มเหลว” APSC ผนึกแพทย์ทั่วเอเชียแปซิฟิก ยืดอายุผู้ป่วย เพราะโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก

โดยจำนวนทั้งหมดของผู้ที่มีภาวะโรคหัวใจบนโลก ครึ่งหนึ่งเป็นประชากรที่อยู่ในแถบเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งนี้ ระหว่างปี 2533-2562 การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 12% ตัวเลขในปี 2562 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 10.8 ล้านคน คิดเป็น 58% ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก

ด้วยความน่ากลัวของโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดการรวมตัวของคณาจารย์ แพทย์ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการแพทย์ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และภูมิภาคอื่น ๆ ผ่านงาน The Asian Pacific Society of Cardiology (APSC) Congress อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นเวทีชั้นนำสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การศึกษาต่อเนื่อง และการนำเสนองานวิจัยใหม่ ๆ ในด้านของโรคหัวใจทั่วไป การถ่ายภาพด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการถ่ายภาพอิเล็กโทรสรีรวิทยา การผ่าตัดหัวใจ และโรคหัวใจในเด็ก

สำหรับปีนี้ Singapore Cardiac Society เป็นเจ้าภาพจัดงาน APSC Congress ครั้งที่ 27 ในสิงคโปร์ วันที่ 13-15 กรกฎาคม 2023 โดยงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals : SDGs) เป้าหมายที่ 3 ในประเด็น good health ทั่วโลก และการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี รวมถึงมาตรการป้องกัน และการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน ทั้งนี้ “Roche” (โรช) เป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนที่สนับสนุน APSC Congress 2023 ด้วย

นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์
นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์

“นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์” อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกรรมการสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ตัวแทนแพทย์โรคหัวใจจากประเทศไทยที่เข้าร่วมงานประชุม APSC กล่าวว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคหัวใจ เป็นอาการที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ภาวะหัวใจล้มเหลววินิจฉัยยาก เนื่องจากอาการไม่เฉพาะเจาะจง และในระยะแรกอาจไม่มีใครสังเกตเห็น แต่หลังจากนั้นอาจมีอาการหายใจไม่อิ่ม, ขา ท้อง ข้อเท้า และเท้าบวม, เหนื่อยล้า เป็นต้น

และเมื่อถ่ายภาพหัวใจจะพบว่า หัวใจของคนที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวจะมีขนาดโตกว่าหัวใจปกติ เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ โดยพบประมาณ 1% ในประชากรทั่วไป และพบ 10% ในผู้ที่อายุมากกว่า 70 ปี

“ประมาณ 50% ของคนไข้ภาวะหัวใจล้มเหลวทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย เสียชีวิตภายใน 5 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย แต่ในรายที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และต้องนอนโรงพยาบาล มีอัตราการเสียชีวิต 5% ขณะนอนโรงพยาบาล ซึ่งการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

แบ่งเป็น 1.การดูแลตัวเองของผู้ป่วย 2.การรักษาด้วยยา 3.การรักษาโรคหัวใจระยะสุดท้าย เช่น การปลูก ถ่ายหัวใจ โดยใน 10 ปีที่ผ่านมา องค์ความรู้ใหม่ที่ช่วยให้คนไข้อยู่ได้นานขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ยากลุ่ม angiotensin receptor/neprilysin inhibitor (ARNI), sodium/glucose cotransporter-2 inhibitors (SGLT2i)”

ปัจจุบันมีเทคโนโลยี biomarker ที่สามารถตรวจหาภาวะหัวใจล้มเหลวจากโปรตีนที่หลั่งออกมาจากหัวใจสู่กระแสเลือด เรียกว่า NT-proBNP เป็นการตรวจเลือดหาโปรตีนที่บ่งชี้สภาพการทำงานของหัวใจ โดยโปรตีนชนิดนี้จะหลั่งออกมาเมื่อหัวใจทำงานหนัก ถ้าหัวใจกำลังทำงานหนักอย่างมากเท่าไหร่ โปรตีนชนิดนี้จะออกมามาก และเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังมีภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเครื่องมือชนิดนี้มีอยู่แล้วในหลายโรงพยาบาล

รศ.เดวิด ซิม
รศ.เดวิด ซิม

“รศ.เดวิด ซิม” หัวหน้าและที่ปรึกษาอาวุโส National Heart Centre ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า ระหว่างปี ค.ศ. 1990-2019 การเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้นจาก 23% เป็น 35%

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประมาณ 9 ล้านคนเป็นโรคหัวใจล้มเหลว การที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน กำลังผลักดันให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ภาวะหัวใจล้มเหลวเกี่ยวข้องกับภาระทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก โดยมีการประมาณค่ารักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวในเอเชีย-แปซิฟิก รวมกว่า 48 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยการสำรวจออนไลน์ของสมาคมโรคหัวใจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APSC) พบช่องว่างและความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอีกมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระบบนิเวศของการรักษาโรคภาวะหัวใจล้มเหลวในเอเชีย-แปซิฟิก ดังนี้

หนึ่ง awareness (ตระหนักรู้) ผู้ป่วยมักเข้ารับการรักษาเมื่อภาวะหัวใจล้มเหลวลุกลาม เนื่องจากข้อจำกัดทางการเงินและชีวิต โดยคนขาดความรู้สาธารณะ และความตระหนักเกี่ยวกับโรคหัวใจถึง 76% และขาดความรู้ทางการแพทย์ปฐมภูมิ 67% ทำให้ถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญล่าช้า 71%

สอง diagnosis and risk assessment (การวินิจฉัยและการประเมินความเสี่ยง) การเข้าถึงอุปกรณ์และเครื่องมือวินิจฉัยเฉพาะทางมีจำกัด ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการวินิจฉัย ทั้งนี้ การทดสอบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเพื่อการวินิจฉัยเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะเป็นการประเมินที่ครอบคลุมภาวะหัวใจล้มเหลว โดยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของหัวใจ เช่น NT-proBNP สามารถช่วยให้เห็นภาพทางคลินิกที่สมบูรณ์ ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในระดับสูงมักจะบ่งชี้ว่าหัวใจไม่ได้สูบฉีดเลือดมากเท่าที่ร่างกายของคุณต้องการ

สาม availability of treatment (ความพร้อมในการรักษา) ขาดแนวทางการรักษาทางการแพทย์สามารถทำให้อาการโรคหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้น

สี่ discharge & follow-up care (การปล่อยกลับบ้านและติดตามดูแล) ขาดโปรโตคอล และการขาดการรักษาที่เหมาะสม จึงนำไปสู่การรักษาในโรงพยาบาลซ้ำ ๆ และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี

โดยพบว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกขาดโครงสร้างพื้นฐานในการติดตามผู้ป่วยระยะยาว 53% และมีผู้ป่วยมากถึง 15% เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีกครั้งภายใน 30 วัน หลังจากระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย 5 ถึง 12.5 วัน

ศ.อเล็กซานเดร เมบาซ่า
ศ.อเล็กซานเดร เมบาซ่า

“ศ.อเล็กซานเดร เมบาซ่า” หัวหน้าภาควิชาวิสัญญีและการดูแลผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาล Lariboisiere กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า มีการคิดค้นแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภาวะหัวใจล้มเหลวที่เรียกว่า STRONG-HF เพราะเล็งเห็นว่าผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

โดย STRONG-HF ได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาอย่างรวดเร็ว และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดมากขึ้นจากการดูแลตามปกติ สูตรการรักษาแบบ STRONG-HF ช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุใน 180 วัน หรือการกลับมารักษาซ้ำของภาวะหัวใจล้มเหลว

เมื่อเทียบกับการดูแลตามปกติ โดยมีการตรวจติดตามระดับ biomarker NT-proBNP อย่างสม่ำเสมอ

เพราะภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นปัญหาสุขภาพที่เป็นภัยเงียบ และต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน มีค่าใช้จ่ายสูง จึงต้องมีการสร้างความตระหนักรู้ไปจนถึงการดำเนินการที่สร้างแรงบันดาลใจ เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ปรับปรุงการตรวจพบในระยะเริ่มต้น และการจัดการโรคหัวใจล้มเหลวเพื่อยืดอายุผู้ป่วยและสนับสนุนระบบสุขภาพ

ดังนั้น การมีเครื่องมือวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเชื่อมช่องว่างการจัดการกับภาวะหัวใจล้มเหลว รวมถึงการใช้ไบโอมาร์กเกอร์ NT-proBNP ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและทันท่วงทีต่อสถานการณ์