เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
Biz Movement สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
ดูทั้งหมด

โรค NCDs ฆาตกรเงียบที่คุกคามอนาคตประเทศไทย

20 ม.ค. 2565 | 16:29น.

โรค NCDs คร่าชีวิตคนไทย 4 แสนคนต่อปี และส่งผลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 1.6 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 9.7 ของจีดีพี

วันที่ 20 มกราคม 2565 สหประชาชาติ ประเทศไทย เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับ “ฆาตกรเงียบที่คุกคามอนาคตของประเทศไทย” โดยนายแพทย์จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (World Health Organization: WHO Thailand) และนายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (United Nations Development Programme: UNDP) ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นของระลอกที่ 5 ซึ่งที่ผ่านมาโรคนี้ได้คร่าชีวิตคนไทยไปแล้วกว่า 21,000 คน

ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ปัญหาด้านสุขภาพของไทยรุนแรงขึ้นไปอีกคือ การรับมือกับโรคไม่ติดต่อ หรือ noncommunicable diseases (NCDs) ที่คร่าชีวิตประชาชนกว่า 1,000 คนต่อวัน หรือ 4 แสนคนต่อปี โดย NCDs ประกอบด้วย 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โดยกว่าครึ่งของผู้ที่เสียชีวิตจาก NCDs เสียชีวิตก่อนวัยอันควร (ตั้งแต่อายุ 30-70 ปี)

ไทยรับมือกับ NCDs ดีพอหรือไม่?

การรับมือกับโรคโควิด-19 ของไทยสะท้อนให้เห็นแล้วว่า การให้ความสำคัญกับภาวะวิกฤตทางสาธารณสุข เช่น การที่รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ให้เป็นหน่วยบัญชาการระดับประเทศโดยผู้บริหารระดับสูง และมีงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอ สามารถรักษาชีวิตประชาชนได้

จึงเกิดคำถามเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับการจัดการโรค NCDs ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย 3 ใน 4 คนต่อปี ทั้ง ๆ ที่ NCDs เป็นโรคที่มีมาอยู่ก่อน และคร่าชีวิตคนไทยไปมากกว่าโควิด-19 แต่ความสนใจต่อโรค NCDs นั้นมีค่อนข้างน้อย

ทั้งนี้ โรค NCDs นั้นสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของโลกาภิวัตน์ และลัทธิบริโภคนิยม เช่น แคมเปญการตลาดที่ดุดันของอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การไม่มีกิจกรรมทางกาย มลพิษทางอากาศ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งไทยเป็นประเทศมีความเสี่ยงของโรค NCDs มากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในแถบนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงสุด (คิดเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก)

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค

อัตราการบริโภคโซเดียม และน้ำตาลของประชากรไทยสูงเป็น 2 เท่า และ 4 เท่าของปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคต่อวัน นอกจากนั้น การสูบบุหรี่ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและเจ็บป่วยอันดับต้น ๆ ของคนไทยด้วย รวมถึงเยาวชนไทย 9 ใน 10 คนยังมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ (อย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์) และคนไทยร้อยละ 42 มีภาวะน้ำหนักเกินซึ่งสูงเป็นลำดับ 2 ของประเทศในเอเซีย

ยังมีความเสี่ยงทางพฤติกรรมอีกหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค NCDs เช่น การบริโภคอาหารจานด่วน การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งที่เพิ่มขึ้น และบริการสร้างเสริมสุขภาพที่ต้องหยุดชะงัก เพราะมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 นอกจากนั้น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรุนแรงของประเทศไทยจะยิ่งเร่งอัตราการเกิด NCDs ให้สูงขึ้นไปอีก โดยภายในปี 2583 ประชากร 1 ใน 4 คนของไทยจะมีอายุมากกว่า 65 ปี (เมื่อเทียบกับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 1 ใน 8 คน)

การสูญเสียทางเศรษฐกิจ

การลดภาระที่เกิดจาก NCDs เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพของประชาชน และอนาคตของประเทศไทย เพราะความสูญเสียทางเศรษฐกิจจาก NCDs นั้นมีมูลค่าถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

นอกจากนั้น ความสูญเสียจาก NCDs ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยังคุกคามความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ซึ่งปัจจุบันงบประมาณกว่าครึ่งหมดไปกับการรักษา NCDs และโรคนี้ยังสร้างผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากในแต่ละวันประชากรไทยกว่า 74,000 คนไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากเจ็บป่วยจาก NCDs

ที่สำคัญ NCDs ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโควิด-19 เพราะร้อยละ 90 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศไทยมีโรคประจำตัวซึ่งส่วนใหญ่คือ NCDs

ความพยายามของไทย

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีความพยายามที่จะจัดการกับปัญหา NCDs โดยดำเนินการหลากหลายมาตรการ เช่น แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 2560-2565 และแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 2561-2573

นอกจากนั้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยังเป็นแกนหลักในการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งดำเนินการโดยงบสนับสนุนจากการเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้อยละ 2 ตั้งแต่ปี 2544 และไทยยังประกาศบังคับใช้ซองบุหรี่แบบเรียบและแสดงภาพคำเตือนขนาดใหญ่บนซองบุหรี่ รวมทั้งในปี 2560 รัฐบาลไทยได้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และขณะนี้กำลังพิจารณาการเก็บภาษีอาหารที่มีโซเดียมสูงเกินไปเพิ่มเติม

เนื่องจาก NCDs นั้นมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีโซเดียม น้ำตาล และไขมันมากเกินไป และการขาดกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางการค้าและสังคม

ดังนั้น เพื่อจะให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ และจะต้องมีทางเลือกที่เหมาะสมเข้าถึงง่าย

บูรณาการ รัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

การดำเนินนโยบายเพื่อจัดการกับ NCDs ที่หลากหลายและจริงจังมีความจำเป็นมาก ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด การออกนโยบายที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย และบริโภคอาหารที่มีโภชนาการเหมาะสม และการออกมาตรการต่าง ๆ ที่คำนึงถึงสุขภาพประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ของภาคธุรกิจ

นอกจากนั้น มาตรการทางภาษีและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ควบคุมการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคโซเดียมและน้ำตาลเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นมาก และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง และการให้บริการป้องกันและควบคุม NCDs ที่หน่วยบริการสาธารณสุขในชุมชน และในอนาคตข้างหน้า ซึ่งภาคธุรกิจจะมีบทบาทที่สำคัญในการร่วมต่อสู้กับ NCDs และร่วมสร้างวิถีชิวิตที่ดีต่อสุขภาพของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

ความเจ็บป่วยที่มีต้นเหตุมาจากปัจจัยทางการค้าและสังคม และรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้นจะยังคงอยู่ต่อไป แต่เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศฟินแลนด์หลังจากที่มีการออกนโยบายเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ การคัดกรองและการรักษา NCDs การเสียชีวิตของประชากรก็ลดลงอย่างชัดเจน

การระบาดของโรคโควิด-19 นั้นแสดงให้เห็นว่า การลดผลกระทบจากปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญนั้นจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากประชาชน การบูรณาการจากทั้งภาครัฐและทุกภาคส่วนในสังคม และความเด็ดเดี่ยวของผู้นำทางการเมือง หากประเทศไทยสามารถจัดการและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ก็จะสามารถจัดการกับ NCDs ได้เช่นกัน

สามารถเข้าถึงรายงานเหตุผลสนับสนุนเพื่อการลงทุนในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศไทย ได้ที่ [https://thailand.un.org/en/159788-prevention-and-control-noncommunicable-diseases-thailand-case-investment]

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHO สหประชาชาติ