รมว.สุชาติ ขึ้นเวที GrabNEXT ผลักดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวสุนทรพจน์งาน GrabNEXT ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ทำงานปลอดภัย มีหลักประกันทางสังคม 

วันที่ 6 กรกฎาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “BetterLife for Riders ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” ในงาน GrabNEXT “ยกระดับประเทศไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยมีคุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บประเทศไทย ร่วมต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานถึงบทบาทของแกร็บประเทศไทยในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้การทำงานแห่งโลกยุคใหม่ ความเท่าเทียมทางดิจิทัล และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก,อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติกล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้บริโภคในช่วงดังกล่าวคือ ธุรกิจรับส่งอาหารหรือพัสดุ เนื่องจากพี่น้องแรงงานบางส่วนไม่นิยมออกนอกสถานที่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และในบางช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้มีพี่น้องแรงงานหันมาสนใจเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้าจำนวนเพิ่มมากขึ้น บางส่วนทำเป็นอาชีพหลัก บางส่วนทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้อีกช่องทาง

สำหรับพี่น้องแรงงานนอกระบบในไทยที่มีมากกว่า 19.6 ล้านคน และมีหลากหลายรูปแบบ เช่น พนักงานส่งสินค้าและบริการ หาบเร่แผงลอย พนักงานขับแท็กซี่ เป็นต้น แน่นอนว่ากลุ่มแรงงานนอกระบบมีจำนวนมากและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ยังไม่มากเท่าที่ควร กระทรวงแรงงานจึงได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. เพื่อให้แรงงานนอกระบบสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ มีความปลอดภัยในการทำงาน มีหลักประกันทางสังคม มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กร ได้รับการส่งเสริมคุ้มครองและพัฒนาสู่คุณภาพชีวิตที่ดี



สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แบ่งได้เป็น 3 ด้านหลัก ๆ คือ

1) fair agreement จะทำให้แรงงานมีสัญญาการทำงานที่เป็นธรรม เช่น ไม่กำหนดเงื่อนไขทำให้ต้องเร่งรีบทำงานอย่างมีความเสี่ยง หรือต้องทำงานหนักเกินปกติจนเสียสุขภาพ

2) fair reward ผลตอบแทนที่เป็นธรรม การจ่ายค่าตอบแทนตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด

3) welfare fund สวัสดิการและหลักประกันขั้นพื้นฐาน การจัดตั้งกองทุนเพื่อแรงงานนอกระบบ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างเหมาะสม สิทธิในการอุทธรณ์ การสอบสวน การพักงาน รวมทั้งสิทธิในการรวมกลุ่มเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงานแพลตฟอร์ม โดยต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อบังคับต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า พี่น้องแรงงานนอกระบบสามารถเข้าถึงความคุ้มครองและสิทธิประกันสังคมหากเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 จะได้รับการดูแลในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ขึ้นอยู่กับทางเลือกที่พี่น้องแรงงานเลือกเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40

ปัจจุบันมีพี่น้องแรงงานนอกระบบเข้าร่วมมาตรา 40 กว่า 10.79 ล้านคน สำหรับประกันสังคมมาตรา 40 นั้นมีอยู่ 3 ทางเลือก ได้แก่

  • ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน ได้รับสิทธิ 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รับค่าทดแทนขาดรายได้กรณีผู้ป่วยในวันละ 300 บาท กรณีทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500-1,000 บาท และกรณีเสียชีวิตได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท
  • ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน ได้รับสิทธิ 4 กรณี เช่นเดียวกับกรณีที่ 1 และเพิ่มเติมคือกรณีชราภาพ
  • ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท ได้รับสิทธิ 5 กรณี เช่นเดียวกับกรณีที่ 2 และเพิ่มเติมคือกรณีสงเคราะห์บุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ คนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2 คน

“ขอขอบคุณแกร็บประเทศไทย ตลอดจนธุรกิจแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยประเทศชาติและประชาชนแรงงานกลุ่มนี้จะต้องได้รับความคุ้มครองและมีหลักประกันทางสังคมเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่น ๆ การจัดงานในวันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงานของแกร็บประเทศไทย เป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการสร้างงาน สร้างอาชีพของคนจำนวนมากในตลาดแรงงานของประเทศไทย รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาแรงงานของประเทศ” นายสุชาติกล่าวท้ายสุด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ